Home Blog Page 7

Study in Malaysia ການສຶກສາທີ່ມາເລເຊຍ

malay3

Study in Malaysia ການສຶກສາທີ່ມາເລເຊຍ

ມາຮູ້ທີ່ມາເລເຊຍ

มาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย มีความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมและผู้คน มีค่าเล่าเรียนที่ไม่แพง ค่าครองชีพที่ถูก ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้นักศึกษานานาชาติให้ความสนใจกับการมาเรียนต่อมาเลเซีย มาเลเซียยังได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มอบโอกาสทางด้านศึกษามากมาย และที่สำคัญเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ ยังเป็นศูนย์กลางของธุรกิจและการค้าที่ทันสมัยอีกด้วย  รัฐบาลของมาเลเซียต้องการที่จะให้พัฒนาให้ประเทศมาเลเซียเป็น ศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการศึกษาในภูมิภาคนี้ โดยมีการวางแผนพัฒนายุทธศาสตร์ด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลของการพัฒนาเห็นได้ชัดจากการที่มีนักเรียนต่างชาติ เดินทางเข้ามาทำการศึกษาที่ประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ และในปัจจุบันนี้ มีจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากถึง 50,000 คนจากประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของการศึกษาระดับนานาชาติที่มีคุณภาพ ประกอบกับหลักสูตรมีความหลากหลายเป็นที่ยอมรับ และมีราคาที่เหมาะสมด้วย  ซึ่งนักศึกษามีทางเลือกมากมายในการเลือกสถาบันที่มีรวมกันแล้วมากกว่า 600 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น มหาวิทยาลัยของรัฐบาล (Public universities) จำนวน 20 แห่ง โพลีเทคนิค (Polytechnics) 24 แห่ง วิทยาลัยของรัฐ (Public community colleges) 37 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน (private universities) 33 แห่ง วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนานาชาติ (Foreign university branch campuses) 4 แห่ง และวิทยาลัยเอกชน (Public Colleges) อีกประมาณ 500 แห่ง นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาของทั้งประเทศอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน และนิวซีแลนด์ให้ความสนใจในการเข้ามาเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีร่วม (Twinning) กับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในสถาบันต่าง ๆ ของประเทศมาเลเซียด้วย

malay

หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านการศึกษา

การศึกษาในมาเลเซียมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่ 2 หน่วยงานหลัก ๆ ได้แก่

  1. Ministry of Education หรือ MOE (กระทรวงศึกษาธิการ) ซึ่งจะดูแลการศึกษาในระดับ Primary education, Secondary education และ Post-secondary หรือ Pre-University education
  2. Ministry of Higher Education หรือ MOHE (กระทรวงอุดมศึกษา) ดูแลการศึกษาในระดับ Tertiary education หรือ Higher education

ระบบการศึกษาของประเทศมาเลเซีย แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่


1. เตรียมความพร้อม (Pre-school education) คือ การศึกษาระดับอนุบาล (Kindergarten) โดยชาวมาเลเซียจะให้เด็กเรียนในระดับนี้ตอนอายุ 4 ปี
2. ประถมศึกษา (Primary education) เด็กทุกคนจะต้องเริ่มเรียนในระดับนี้ เมื่ออายุครบ 6 ปี (โดยให้เริ่มนับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีการศึกษานั้น ๆ) ซึ่งจะใช้เวลาเรียน 6 ปี เหมือนกับประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของประเทศไทย

โรงเรียนประถมศึกษาในมาเลเซียแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. National Primary School จะใช้ภาษามาเลเซียในการสอน
  2. Vernacular School จะใช้ภาษาจีนหรือทมิฬเป็นภาษาในการสอน

เมื่อเด็ก ๆ เรียนจบในระดับ Primary education เด็กทุกคนต้องผ่านการสอบข้อสอบระดับชาติ (Ujian Pencapaian Sekolah Rendah, UPSR) จึงจะขึ้นไปเรียนต่อในระดับ Secondary education ได้

3. มัธยมศึกษา (Secondary education) เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากระดับประถมศึกษา มีระยะเวลาเรียน 5 ปี หากเป็นโรงเรียนรัฐบาลจะสอนโดยใช้ภาษามาเลเซีย ซึ่งการศึกษาระดับนี้ แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระดับ คือ

3.1 Lower Secondary (Form 1-3) และ
3.2 Upper Secondary (Form 4-5)

โรงเรียนที่เปิดสอนในระดับ Upper Secondary มี 3 สาขาคือ

  • เน้นด้านวิชาการ (Art และ Science)
  • เน้นด้านเทคนิค
  • เน้นด้านวิชาชีพ

นักเรียนที่เลือกเรียนสายวิชาการและเทคนิค เมื่อจบแล้วจะต้องสอบผ่านข้อสอบของรัฐคือ SPM (Sijit Pelajaran Malasia) และสายวิชาชีพคือ SPMV (Sijit Pelajaran Malasia Vokasional) หากสำเร็จการศึกษาระดับนี้ วุฒิที่ได้จะเทียบเท่ากับ GCSE ’O’ levels

เมื่อจบการศึกษาระดับนี้ สามารถเลือกว่าจะเรียนต่อในสายวิชาชีพ (Certificate หรือ Diploma) หรือเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา (Higher education)

4. เตรียมอุดม (Post-secondary or Pre-University education) หากเลือกที่จะเรียนต่อในสายอุดมศึกษา จะต้องเข้ารับการศึกษาในระดับนี้ก่อนถึงจะสามารถ ก้าวต่อไปเรียนในระดับปริญญาตรีได้ การรับนักศึกษาเข้าเรียนในระดับนี้ จะดูสาขาที่เลือกตอนเรียนในระดับ Upper secondary และผลการเรียน SPM/SPMU เป็นหลัก และจะคัดเฉพาะเด็กที่ผ่านเกณฑ์เข้าศึกษาเท่านั้น การศึกษาในระดับนี้ใช้เวลา 1 – 2 ปี มี 2 เส้นทางคือ Sixth Form และ Matriculation การเรียนในเส้นทาง Sixth Form จะมี 3 สาขา คือ Arts, Science และ Technical ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องสอบผ่านข้อสอบของรัฐคือ STPM (Sijit Tinggi Perselolaham Malaysia) โดยจะได้วุฒิเทียบเท่ากับ GCE ’A’ levels ส่วน Matriculation คือการสมัครเรียนตรงกับทางสถาบัน ซึ่งหลังจากที่เรียนจบจะต้องสอบให้ผ่านถึงจะสามารถเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีได้

ส่วนโรงเรียนเอกชนที่สอนภาษาจีนนั้น ระบบการเรียนนั้นจะแตกต่างกับโรงเรียนรัฐบาล ในเรื่องของระยะเวลาการเรียนที่ต้องเรียนเป็นเวลา 6 ปี และจะต้องเข้ารับการทดสอบที่เรียกว่า the Unified Examination Certificate (UEC) ซึ่งจัดการโดยสมาคมครูและคณะกรรมการโรงเรียนจีน

5. อุดมศึกษา (Tertiary or Higher education) การศึกษาในระดับนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของ Ministry of Higher Education โดยหลักสูตรที่อยู่ในระดับนี้ ประกอบด้วย หลักสูตร Certificate หลักสูตร Diploma หลักสูตร First Degree (Undergraduate Degree หรือปริญญาตรี) และ Higher degree (Professional Degree หรือระดับปริญญาโทและปริญญาเอก)

เส้นทางการศึกษา

educateion-system
 

educateion-system1

สรุปรายละเอียดของระดับการศึกษา
ระดับ รายละเอียด อายุ ระยะเวลา
 1.Pre-school education  หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่
การศึกษาภาคบังคับ
 4-6 ปี  2 ปี
 2.Primary education  หลักสูตรการศึกษาคล้ายกับระบบประถม 1-6
ของไทย ที่ประเทศมาเลเซียใช้ชื่อเรียกว่า
Srandard 1-6 หลังจากเรียนจบ
Standard 6 แล้วจะต้องเข้าสอบ UPSR
 7-12 ปี  6 ปี
 3.Secondary education  หลักสูตรการศึกษาที่คล้ายกับระบบมัธยม
1-5 ของไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ

3.1 Lower Secondary (Form 1-3)

3.2 Upper Secondary (Form 4-5)
โดยในระดับ Upper
นี้ต้องเลือกสายการเรียนดังนี้

3.2.1 Academic secondary education

3.2.2 Technical/Vocational secondary education

3.2.3 Religious secondary education
เมื่อเรียนจบแล้วจะต้องเข้าสอบให้ผ่านเกณฑ์ของ SPM หรือ SPMV

13-15 ปี

16-17 ปี

 5 ปี
 4. Post-secondary education

หลักสูตรที่เรียนเพื่อเป็นทางผ่านไปสู่การเรียนในระดับ
อุดมศึกษา (ปริญญาตรี) ซึ่งมีทางเลือก คือ

4.1 Sixth Form ทางเลือกนี้สำหรับนักเรียนที่ต้องการ
เรียนต่อในมหาวิทยาลัย ของรัฐ ซึ่งคะแนนจากการรียนในระดับนี้
มีผลต่อการเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย

4.2 Matriculation, Foundation หลักสูตรสมัครเข้าตรง
ของทางมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนจบแล้วจะต้องสอบวัดผล
ว่าสามารถไปเรียนต่อในระดับปริญญาได้หรือไม่

4.3 หากได้ผลการเรียนเทียบเท่าระดับ STPM หรือ
IBDP Diploma สามารถสมัครเรียนในระดับปริญญาตรีได้
แต่ก็ยังต้องดู  requirementอื่นของหลักสูตรนั้น ๆ ด้วย
เช่น ระดับทักษะภาษาอังกฤษ,
เกรดเฉลี่ยในระดับมัธยมปลาย เป็นต้น

 18-19 ปี

1.5-2 ปี

1 ปี

 5. Higher education

หลักสูตรระดับอุดมศึกษา ซึ่งหลักสูตรที่อยุ่ในระดับนี้ได้แก่

  1. Certificate Level ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้
    จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Secondary education
    หรือเทียบเท่า SPM
  2. Diploma Level ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้
    จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ Secondary education
    หรือเทียบเท่า SPM
  3. Bachelor’s Degree Level หรือปริญญาตรี
    ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษา
    ในระดับ Post-secondary education หรือเทียบเท่า
    STPM, GCE ’A’ levels หรือเกณฑ์อื่น ๆ ที่ทางสถาบันกำหนดไว้
  4. Master’s Degree Level หรือปริญญาโท ผู้ที่ต้องการ
    เรียนในหลักสูตรนี้ จะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาในระดับ
    Bachelor’s Degree Level หรือปริญญาตรี
  5. PhD (Doctor of Philosophy) หรือปริญญาเอก
    ผู้ที่ต้องการเรียนในหลักสูตรนี้ จะต้องสำเร็จวุฒิ
    การศึกษาในระดับ Master’s Degree Level หรือปริญญาโท

1 – 1.5 ปี

2 – 3 ปี

3 – 5 ปี

1 – 3 ปี

3 – 5 ปี

educateion-system3

ประเภทของหลักสูตรปริญญาตรีที่น่าสนใจ มีดังนี้

1. Twinning Degree Programmes (2+1) เป็นโปรแกรมที่นักเรียนจะเรียนในมาเลเซียใน ปีที่ 1 และ ปีที่ 2 ส่วนปีสุดท้ายจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ

Twinning Degree Programmes มีมาประมาณ 20 ปี เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากในหมู่นักเรียนที่ต้องการ International Bachelor’s degree ซึ่งนักเรียนจะสามารถเรียนในมาเลเซียก่อน 1 ปี, 1ปีครึ่ง, 2 ปี, 2 ปีครึ่ง และในส่วนที่เหลือจึงไปเรียนในมหาวิทยาลัยหลักของต่างประเทศและรับปริญญาที่นั่นโดยตรง ซึ่งปัจจุบัน สถาบันต่าง ๆ ในประเทศมาเลเซียได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากหลาย ๆ ประเทศเปิดสอนหลักสูตรนี้ อาทิเช่น ประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, อเมริกา, นิวซีแลนด์, ฝรั่งเศส และเยอรมัน

ข้อดีของ Twinning Degree Programme

  • ได้รับ Foreign degree โดยที่ใช้งบประมาณต่ำกว่าไปเรียนที่ประเทศนั้น ๆ แบบเต็มเวลา เพราะค่าเรียนและค่าครองชีพของประเทศมาเลเซียถูกกว่า
  • ได้รับประสบการณ์การศึกษา เรียนรู้วัฒนธรรม และวิถีชิวิตจากผู้คนทั้ง 2 ประเทศ

2. 3+0 Degree Programmes เกิดจากการขยายฐานการศึกษาใน Twinning Programme ซึ่งมีนักเรียนสนใจมากขึ้น จึงอนุญาติให้นักเรียนสามารถเรียนปริญญาตรีทั้ง 3 ปีในมหาวิทยาลัยที่เป็น Partner ในมาเลเซียได้ โปรแกรมนี้ได้เริ่มเปิดสอนเมื่อปีค.ศ. 1998 ซึ่งการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ รวมถึงวิธีการประเมินผลจะได้คุณภาพเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบของหลักสูตร

ข้อดีของ 3+0 Degree Programme

โปรแกรมนี้มีข้อดีในแง่ของการประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่ายของนักเรียน เนื่องจากเมื่อเทียบค่าเรียนของการเรียนในมาเลเซียกับการเรียนในมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบของหลักสูตรนั้น ค่าเรียนจะมีความแตกต่างกัน และในส่วนของค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยนั้น ทางประเทศมาเลเซียก็มีค่าครองชีพที่ถูกกว่ามาก

3. International Degrees จาก Foreign Universities ที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนานาชาติที่มาเปิดการเรียนการสอนในมาเลเซียอยู่ 4 มหาวิทยาลัย ซึ่งเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยมหาวิทยาลัยแรกที่มาเปิดคือ Monash University ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1998

4. Degrees จาก มหาวิทยาลัยในมาเลเซียเอง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเอกชนหลาย ๆ แห่งมีการพัฒนาระบบการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และหลาย ๆ สถาบันก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ สาขาที่เปิดสอนมีทั้ง Business, Life Science, Applied Science, Engineering, Hospitality, Creative Art, Social Science, IT, Medicine, Dentistry&Pharmacy

5. American Degree program เริ่มต้นเมื่อกลางปีค.ศ. 1980 โดยนักเรียนที่เรียน Program นี้นั้นจะเรียนทั้งหมด 4 ปี โดยเรียนที่มาเลเซียใน 2 ปีแรก หรือประมาณ 40-70 หน่วยกิต ก่อนจะย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่นักเรียนเลือกไว้ในอเมริกา โดยนักเรียนจะสามารถเลือกมหาวิทยาลัยที่เรียนได้จากมหาวิทยาลัยในอเมริกาจำนวน 200 มหาวิทยาลัย และโอนหน่วยกิตไปเรียนที่นั่น

ซึ่งนอกจาก American Degree Transfer Programme แล้ว บางสถาบันก็มีหลักสูตร Australian University Transfer Programme, UK University Transfer Programme และ Canadian University Transfer Programme

6. External Degree Program ในโปรแกรมนี้ นักเรียนที่เรียนจะกลายเป็น External student ของมหาวิทยาลัยจากต่างชาติในขณะที่เรียนในประเทศมาเลเซีย

7. Online Bachelor’s Degree บางมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียเองก็เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนออนไลน์ อาทิเช่น Open University of Malaysia, Universiti Tun Abdul Razak และ Malaysia Multimedia University

8. Advanced Standing Program เป็นข้อตกลงกับทางมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, ไต้หวัน และอื่น ๆ ที่ทำร่วมกับวิทยาลัยเอกชนในมาเลเซียตั้งแต่ค.ศ. 1980 Advanced Standing Program คือ Diploma โปรแกรมของวิทยาลัยเอกชนที่จะเป็นตัวกลางในการเข้ามหาวิทยาลัยนานาชาติหลาย ๆ ที่ ที่ทำการตกลงกันไว้แล้ว

 

คุณสมบัติขั้นต่ำ ที่ใช้ในการสมัครเรียนในระดับปริญญาตรี
  1. วุฒิการศึกษาระดับ STPM หรือเทียบเท่าระดับ GCE “A” Level และ
  2. ผลสอบภาษาอังกฤษ <ช่วงระดับคะแนนจะสูงหรือต่ำนั้น ขึ้นอยู่กับสาขาและสถาบันที่เลือกเรียน>
      TOFEL CBT (The Computer Base Test
      173 ถึง 250 หรือ
      TOFEL IBT (Internet Base Test)
      60 ถึง 100 หรือ
      IELTS
      6.0 – 7.0 หรือ
      MUET
      Band 3-6

การขอ Student Pass ในมาเลเซีย

นักเรียนไทยที่ต้องการจะมาเรียนที่ประเทศมาเลเซียจะต้องขอ Student Pass ซึ่งผู้ที่ให้การรับรองในการขอ Student Pass ให้กับนักเรียนก็คือสถาบันที่นักเรียนสมัครเรียนนั่นเอง

เอกสารที่จะต้องเตรียม

  • Offer Letter จากทางสถาบันการศึกษา
  • Form IMM.14 ที่กรอกเรียบร้อยแล้ว
  • สำเนา Passport 2 ใบ
  • รูปถ่ายขนาดเดียวกับใน Passport 2 รูป

กรณีที่ 1 นักเรียนสมัครเรียนและดำเนินการขอ Student Pass ในประเทศไทย

นักเรียนจะได้รับ Letter of Approval จากทางสถานฑูตสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ และยื่นเพื่อได้รับวีซ่าชั่วคราวที่สนามบิน และจากนั้น 2 สัปดาห์นักเรียนจะได้รับ Student Pass Sticker

กรณีที่ 2 นักเรียนสมัครเรียนที่มาเลเซียและขอ Student Pass ที่นั่น

คนไทยส่วนใหญ่หากไปเที่ยวมาเลเซียไม่เกิน 1 เดือนจะไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า และใช้แค่เพียงพาสปอร์ตและการกรอกฟอร์มบนเครื่องบินเท่านั้น เมื่อนักเรียนไปถึงและต้องการสมัครเรียนที่นั่นก็สามารถทำได้ ซึ่งสามารถติดต่อกับทางสถาบันได้โดยตรง แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ากรณีที่ 1

ค่าใช้จ่ายในการยื่นขอ Student Pass เนื่องจากทางสถาบันต้องเป็นคนยื่นขอ Student Pass ให้กับนักเรียนดังนั้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดขึ้นอยู่กับการกำหนดของทางโรงเรียน

ค่าใช้จ่าย

มาเลเซียถือว่าเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการศึกษาและค่าครองชีพที่ค่อนข้างถูก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้นักเรียนต่างชาติหลายๆคน เลือกประเทศมาเลเซียเป็นสถานที่สำหรับการศึกษาต่อ ค่าใช้จ่ายสามารถแบ่งออกกว้าง ๆ ได้ 2 ประเภท คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับการอาศัยในประเทศมาเลเซีย โดยแบ่งออกโดยละเอียดได้ดังนี้

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียน ประกอบด้วย

  • ค่าสมัครเรียน (Registration Fee)
  • ค่าหน่วยกิจหรือค่าเล่าเรียน (Tuition Fee)
  • เงินมัดจำ (Deposit)
  • ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, ค่าเครื่องมือในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (Computer/Science Laboratory Fee)
  • ค่าประกันสุขภาพ (Health & Hospitalisation Insurance Premium)
  • ค่าห้องสมุด (Library Fee)
  • ค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับการอาศัยในประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย

  • ค่าที่พัก (Accommodation) โดนราคาจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับที่ตั้ง และประเภทของที่พัก เช่น หอพักในสถาบัน, อพาร์ทเม้นท์, คอนโดมิเนียม, บ้านให้เช่า ฯ
  • ค่าอาหารและค่ารักษาความสะอาด (Food / Housekeeping)
  • ค่าซัก-รีดเสื้อผ้า
  • ค่าเดินทาง
  • ค่าโทรศัพท์
  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
การทำงานในขณะเรียนอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย

อนุญาตให้ทำงานได้ เฉพาะหลักสูตรที่มี School break เท่านั้น โดยนักเรียนจะได้รับอนุญาติให้ทำงาน Part-time 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยนักเรียนจะได้รับอนุญาติให้ทำงานได้ในสถานที่ต่อไปนี้

  • ภัตราคาร/ร้านอาหาร
  • ปั๊มน้ำมัน
  • มินิมาร์ท
  • โรงแรม

หมายเหตุ แต่นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำงานในตำแหน่ง Cashier

 

การยื่นขอใบอนุญาตทำงาน

นักเรียนสามารถยื่นความประสงค์ขออนุญาตทำงานได้ที่สถาบันที่นักเรียนทำการเรียนอยู่ โดยใบอนุญาตทำงานจะถูกติดไว้กับ visa และมีอายุ 3 เดือน ซึ่งใบอนุญาตทำงานนี้ สามารถยื่นเรื่องขอต่ออายุได้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ที่การทำงานดังกล่าว จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนโดยจะประเมิยจากผลการเรียนเป็นหลัก

 

สถาบันแนะนำ

Erican College

Sunway College

Universiti Utara Malaysia

MAHSA University

KBU International College

Sunway University

 

เรียน ภาษาที่ Pacific Tree International Language Academy เป็นทางเลือกการเรียนภาษาอีกสถาบันนึงที่มีคุณภาพ

สถาบัน  Pacific Tree International Language Academy เป็นสภถาบันซึ่งพึ่งเปิดใหม่เมื่อก่อนเดือน กรกฎาคม ปีนี้ โดยจะมุ่งเน้นคุณภาพในการเรียนภาษาโดยตรง ซึ่ง Pacific Tree International Language Academy จะอยู่ที่เมือง Cebu เป็นเมืองอันดับ 2 รองจากเมืองหลวง แต่เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในด้านการศึกษาภาษาอังกฤษอันดับ 1 ใน filipine และ ที่สถาบันมีบรรยาการที่เต็มไปด้วยการเรียนภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้น ใน Class นึงจะมีผู้เรียนค่อนข้างเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมาก เพียงแค่ 4-5 คนต่อ class เรียน ด้วยความเป็นส่วนตัวนี้จึงทำให้นักเรียนนักศึกษาได้เก็บเกี่ยวความรู้ได้อย่างเต็มที่ โดยอาจารย์ผู้สอนนั้นจะมีอยู่หลายชาติที่เป็นเจ้าของภาษา ซึ่งมีทั้งชาวอังกฤษ อเมริกัน และอื่นๆอีกมากมาย ในสถาบันนี้เป็นสถาบันซึ่งเปิดใหม่จึงมีนักเรียนอยู่ในหลัก ร้อย เท่านั้น แต่ถ้าต้องการคุณภาพที่ดีสอนอย่างเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ Intensive Course นั้นมีการสอนแบบตัวต่อตัวด้วยเช่นกัน ประหยัด ในเรื่องของอาหารการคล้ายประเมทศไทยอาหาร filipine อย่างอย่างเพียงแค่ 40-50 Pesos(ไม่เกิน 60 บาท/มื้อ)นักเรียนสามารถเลือกกินอาหารได้อย่างมากมายใน Cebu เท่านั้น สถาบันนี้อยู่ที่สถานที่ที่น่าสนใจมีห้างอยู่หลายที่ ไปโดยการนั่งแท็กซี่เพียงแค่ 100 Pesos = ไม่เกิน 150 บาทเท่านั้นก็ไปห้างได้แล้ว มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่เยอะ มีภูเขา ดำน้ำและกิจกรรมสนุกๆสถานที่ที่น่าสนใจอยู่มากมาย เมือง Cebu ประเทศ Filipine เป็น เกาะของประเทศ filipine ส่วนที่พักอาศัยนั้นก็มีความสะดวกสะบายดังรูปโบชัวร์เลยมี Cable TV, Free Wifi, Coffee shop ฯลฯ ซึ่งสะดวกเป็นอย่างยิ่ง ที่พักมีทั้ง Apartments (540/4 weeks) , Hotel (ราคาถูกสามารถคุยต่อรองได้)

ซึ่งจะมี Course เรียนที่เปิดจะมี 1.General Course 1.200 USD รวมที่พัก 4 สัปดาห์ / 2. Standard Course 1,320 USD รวมที่พัก 4  สัปดาห์ 3. Intensive Course 1,420 USD รวมที่พัก 4 สัปดาห์ เรียนเช้า 1-2 ชั่วโมง บ่าย – 16.30 น โดยนักเรียนสามารถเลือกสมัครเวลาที่จะเรียนอีกครั้งกับสถาบันครับ สถาบันจะมี Study Room, Libraly, Clinic, Students’ Lounge , Cafetaria สถาบันอยู่ติดกับใจกลางเมืองนิดเดียว หากเลือกคุณภาพการศึกษาและถูกต้ องเลือก สถาบันภาษา  Pacific Tree International Language Academy ที่เมือง Cebu ประเทศ filipine ครับ 

www.pacifictreeacad.com

ໄປ Summer ກິບ StudyPlus / Study Tour ລາຄາສົມເຫດສົມຜົນເລີ່ມຕົ້ນ 1,999 USD ຕໍ່ທ່ຽວບິນ.

ໄປ Summer ກິບ StudyPlus / Study Tour ລາຄາສົມເຫດສົມຜົນເລີ່ມຕົ້ນ 1,999 USD ຕໍ່ທ່ຽວບິນ.

images (24)

อาจารย์ผู้สนใจสามารถติดต่อทางเราในการจัด Study Tour ทั่วโลกได้  ราคาเป็นกันเอง ระบุเมือง ระยะเวลา ที่พัก

ติดตามSummer ปีหน้า ได้ที่websiteของเรานะคะ

e-mail: [email protected]

images (21) images (22) 
images (18) images (17) images (16) images (15)

 

images (13)
images (9)
images (10) images (11)images (23)images (20)

ຮຽນຮູ້ພາສາອັງກິດທີ່ ຟີລິບປິນ

Vision

ຮຽນຮູ້ພາສາອັງກິດທີ່ ຟີລິບປິນ Philinter Education Center

Philinter Education Center

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2003 เป็นสถาบันเอกชนที่ตั้งอยู่ในเมืองลาปู ลาปู จังหวัด เซบู ทางสถาบันมีการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาหลายชนชาติด้วยกัน เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวัน จีน และประเทศไทย  นักศึกษาที่เรียนที่นี้มี ความหลายหลาย ด้านอายุตั้งแต่ เยาวชน นักศึกษามหาวิทยาลัย บุคคลวัยทำงาน ไปจนถึงผู้ใหญ่วัยเกษียนอายุ

  • ทางสถาบันได้รับการรับรองจาก “ TESDA ” ( Technical Education and Skills Development Authority ) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลฟิลิปปินส์,   สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ทางสถาบันยังเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของ ALTO ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาของ INTESOL ในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ได้รับอนุญาตจาก INTESOL ของสหราชอาณาจักร และสถาบันยังได้รับการรับรองจาก สถาบัน IDP ของประเทศออสเตรเลียอีกด้วยนักเรียนสามารถเข้าเรียนได้สูงสุด 7 คลาสต่อวัน   โดยมีทั้งแบบตัวต่อตัว จำนวณ 4-5 คลาสต่อวัน และเรียนแบบกลุ่ม จำนวน 2-3 คลาสต่อวัน  ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่นักเรียนเลือก เช่น หลักสูตร General ESL, Intensive ESL, หรือ Junior ESL  อีกทั้งเรายังมี หลักสูตรพิเศษ อย่างเช่น TOEIC, IELTS, Business English และ TESOL
    สาขาที่เปิดสอน
  • 1.Gerneral English Course 
    – เพื่อพัฒนาระดับการใช้ภาษาอังกฤษรวมทั้งความสามารถและทักษะทางภาษาอังกฤษ
    – เรียนวันละ 9 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น เรียนตัว ต่อ ตัว 4 ชั่วโมง, แบบกลุ่ม 2 ชั่วโมง, แบบกลุ่มบรรยายพิเศษ 1 ชั่วโมง และ เรียนด้วยตนเองอีก 2 ชั่วโมง2. Intensive ESL Course
    – เพื่อพัฒนาระดับการใช้ภาษาอังกฤษรวมทั้งความสามารถและทักษะทางภาษาอังกฤษให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังเสริมจุดอ่อนของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น
    – เรียนวันละ 9 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น เรียนตัว ต่อ ตัว 5 ชั่วโมง, แบบกลุ่ม 1 ชั่วโมง, แบบกลุ่มบรรยายพิเศษ 1 ชั่วโมง และ เรียนด้วยตนเองอีก 2 ชั่วโมง3.Junior ESL Course
    – เหมาะสำหรับนักเรียนที่อายุระหว่าง 7 – 17 ปี ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
    – เรียนวันละ 7 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น เรียนตัว ต่อ ตัว 4 ชั่วโมง, แบบกลุ่มย่อย 3 ชั่วโมง และ เรียนด้วยตนเองอีก 2 ชั่วโมง

    4. IELTS Course
    – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบIELTSให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ซึ่งทางหลักสูตรจะพัฒนาทักษะทั้ง  4
    ด้านให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังฝึกฝนกลยุทธการทำข้อสอบอีกด้วย
    – รับประกัน IELTS 5.0 / 5.5 / 6.0 และสูงขึ้นไปขึ้นอยู่กับการสำเร็จหลักสูตร
    – เรียนวันละ 7 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น เรียนตัว ต่อ ตัว 3 ชั่วโมง, แบบกลุ่มย่อย 2 ชั่วโมง,
    แบบกลุ่ม 2 ชั่วโมง และ จำลองการสอบทุกวันเสาร์

    5. TOEIC Course
    – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบTOEICให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทั้งยังฝึกฝนกลยุทธการทำข้อสอบอีกด้วย
    – รับประกัน TOEIC 600 / 700 / 800

  • http://philinter.com/en/about-philinter/overview/

 

About-Monol-00MONOL International Education Institute เป็นสถาบันที่มีคุณภาพการเรียนการสอนที่ดี บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน ดูแลทั้งด้านสุขภาพ การดำเนินชีวิตประจำวัน และการเรียน ด้วยการพูดคุย สอบถามนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ มีการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อคลายความเครียด

  • มีการพัฒนาหลักสูตรการสอน และหนังสือเรียนของตนเอง การสอนที่เข้มข้น(Sparta) เน้นจำนวนชั่วโมงเรียนตัวต่อตัว เป็นระบบที่ปรับสมดุลให้การเรียนภาษาของนักเรียนเป็นไปอย่างราบรื่นและมี ประสิทธิภาพมากที่สุดระบบหอพักที่ทำให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา (English Zone) ทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจและใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเหมาะสมคัดเลือกบุคลากรและอาจารย์ผู้สอนอย่างเข้มงวดถึง 9 ขั้นตอน จึงทำให้บุคลากร และอาจารย์ผู้สอนของสถาบันล้วนแล้วแต่มีประสิทธิภาพ
    สาขาที่เปิดสอน
  • 1. General ESL Program (9 hours 30 minutes/a day)
    เรียน1:1 จำนวน 4 ช.ม., เรียน 1:4 จำนวน 4 ช.ม, Morning Class 30 น, Self-Study 1ช.ม.
    เรียนรู้ภาษาอังกฤษที่จำเป็น สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง แต่ละทักษะมี 4 stage (Elementary, Low Intermediate, High Intermediate, Advanced) 8 Level จัดชั่วโมงเรียนที่เน้นแต่ละทักษะครบทั้ง Speaking, Vocabulary, Pronunciation, Grammar2. Business English Program (8 hours /a day)
    เรียน1:1 จำนวน 3 ช.ม., เรียน 1:5 จำนวน 4ช.ม, Morning Class 30 น, Self-Study 1ช.ม. เสริมสร้างทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับสูง สำหรับใช้ในการทำงานฝึกฝนภาษาอังกฤษสำหรับใช้ในดารสัมภาษณ์ การเขียน จดหมายสมัครงาน การเขียน Resume ฝึกการนำเสนองาน (Presentation) โดยใช้ภาษาอังกฤษ จัดทำวีดีโอแนะนำตนเอง ต้องได้ General ESL LEVEL 5 จึงจะสามารถลงเรียนหลักสูตรนี้ได้3.IELTS Program (9 hours 30 minutes/a day)
    – ELEMENTARY เรียน1:1 จำนวน 2 ช.ม., เรียน 1:5 จำนวน 6 ช.ม., Morning Class 30 น, Self-Study 1ช.ม.
    – INTERMEDIATE เรียนวิชาเลือก 1:1 จำนวน 2 ช.ม., เรียน 1:5 จำนวน 6 ช.ม., Morning Class 30 น, Self-Study 1ช.ม.
    – ADVANCE เรียนวิชาเลือก 1:5 จำนวน 6 ช.ม., เรียน 1:5 จำนวน 2 ช.ม.Morning Class 30 น, Self-Study 1ช.ม.
    สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคะแนน IELTS (รับประกันผลคะแนนสอบเริ่มที่ 4.5 IELTS 20 สัปดาห์ 6.0 คะแนน, 30 สัปดาห์ 7.0 คะแนน มีการทดสอบทุกทักษะ (Speaking, Listening, Writing, Reading ) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง – ยกเว้นสัปดาห์ที่มี Practical test Practice : แนะลักษณะข้อสอบ 25 รูปแบบ ของแต่ละ LEVEL, Practical test แต่ละทักษะ 1 ครั้งต่อวัน, แนะวิธีการทำข้อสอบอย่างละเอียด

    ค่าเล่าเรียน

    Intensive Program

    ประเภทห้อง 4 สัปดาห์ 8 สัปดาห์ 12 สัปดาห์ 16 สัปดาห์ 20 สัปดาห์ 24 สัปดาห์
    ห้องคู่ 50,750 99,750 148,050 197,400 246,750 296,100
    ห้อง 3 คน 46,200 90,650 134,400 179,200 224,000 268,800
    ห้อง 3 คน+1 47,980 94,150 139,650 186,200 232,750 279,300
    ห้อง 4 คน 43,750 85,750 127,050 169,400 211,750 254,100

    • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ชำระก่อนเดินทาง)

    รายละเอียดค่าใช่จ่าย ค่าใช้จ่าย (บาท) หมายเหตุ
    ค่าสมัคร 3,500 สำหรับการสมัครครั้งแรก
    ค่าเดินทางรับที่สนามบิน 1,750 ในวันที่สถาบันกำหนด
    ค่าธรรมเนียมการโอนธนาคาร 1,350
    ค่าเล่าเรียนและค่าห้องพัก ตามตาราง ราคานี้รวมค่าอาหาร,ค่าซักรีด
    และค่าทำ ความสะอาดห้องแล้ว

    • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ชำระ ณ สถาบัน)

    รายละเอียดค่าใช่จ่าย ค่าใช้จ่าย หมายเหตุ
    ค่าประกันหอพัก 100 USD ได้รับคืนภายหลัง
    ค่าหนังสือเรียน 250 – 300 เปโซ ต่อ 1 เล่ม (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและระดับ)
    ค่าสาธารณูปโภค 400 เปโซ ต่อ 1 เทอม (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)
    ค่าสมัคร Special Study Permit (SSP) 6,000 เปโซ ใบอนุญาตเรียนหลักสูตรภาษา SSP
    ค่าสมัคร Alien Registration Card (ACR I-Card) 50 USD + 1,000 เปโซ กรณีสมัครเรียน 8 สัปดาห์ขึ้นไป
    ค่าต่ออายุวีซ่า
    – ครั้งที่ 1 3,230 เปโซ 4-8สัปดาห์ / 59 วัน
    – ครั้งที่ 2 4,500 เปโซ 12สัปดาห์ / 89 วัน
    – ครั้งที่ 3 2,530 เปโซ 16สัปดาห์ / 119 วัน
    – ครั้งที่ 4 2,530 เปโซ 20สัปดาห์ / 149 วัน
    – ครั้งที่ 5 2,530 เปโซ 24สัปดาห์ / 179 วัน

    • ตัวอย่างตารางเรียน

    Time
    Schedule
    06:20 ตื่นนอน
    07:00~08:00 อาหารเช้า
    08:00~12:00 ชั่วโมงเรียน (วิชา1:1 และ วิชา1:4)
    12:00~13:00 อาหารกลางวัน
    13:00~18:00 ชั่วโมงเรียน (วิชา1:1 และ วิชา1:4)
    18:00~19:00 อาหารเย็น
    19:00~21:00 Self – Study

     

ຄວາມຮູ້ອະເມລິກາ ລະບົບການສຶກສາ

10608354_842962175768344_8984906549150413265_o

 

ຄວາມຮູ້ອະເມລິກາ ລະບົບການສຶກສາ

Term/ Semester

ข้อมูลประเทศ USA

ตารางเทอมเปิดเรียน

เทอม เดือน Deadlineใบสมัคร
Spring semester January-May November 1
Summer semester June-August April 1
Fall semester August-December July 1

 

United States of America (ประเทศสหรัฐอเมริกา) มีเนื้อที่รวมกันประมาณ 378,695 ตารางไมล์ หรือใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 18 เท่า มีประชากรประมาณ 300 ล้านคน (ค.ศ. 2007)
นับเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในเรื่องของภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ทะเลทราย ภูเขา ที่ราบสูง และที่ลุ่ม สหรัฐอเมริกามีผืนแผ่นดินใหญ่เพราะมีพื้นที่ของรัฐติดต่อกันถึง 48 รัฐ โดยมีรัฐอลาสก้า อยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนนาดา และรัฐฮาวาย ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค ห่างจากแผ่นดินใหญ่ถึง 3200 กิโลเมตรโดยประมาณ จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ทิศเหนือติดกับประเทศแคนนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศแม็กซิโกและอ่าวแม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค

ประชากร

ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการขนานนามว่า “Melting Pot” หมายถึงแหล่งรวมของประชากรที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมที่หล่อหลอมรวมกัน ชนพื้นเมืองดั้งเดิมคืออินเดียนแดง หลังจากนั้นชาวอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดินทางอพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาส ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรขาวผิวขาวประมาณกว่า 75 % นอกจากนี้ยังมีชาวผิวดำที่ถูกนำมาจากทวีปอาฟริกาในฐานะทาส แต่เดิมคนดำจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันอาศัยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เช่น Washington D.C., Chicago โดยเฉพาะ New York ส่วนชาว Hispanic หรือพวกเชื้อสายสเปนซึ่งมีอยู่ประมาณ 13 % ยังมีชาวเอเชียหรือพวกเชื้อสายแถบหมู่เกาะแปซิฟิคประมาณ 4% รวมทั้งชนเชื้อสายญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 อาศัยอยู่ใน Hawaii

ภูมิอากาศ

อากาศหนาว เว้นแต่ในมลรัฐฮาวาย และมลรัฐฟลอริดา หนาวเย็นมากที่บริเวณขั้วโลกเหนือในมลรัฐอะแลสกา บริเวณที่ ราบด้านตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi) จะค่อนข้างแห้งแล้งและมีความแห้งแล้งมากบริเวณที่ลุ่มภาค ตะวันตกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะมีอากาศดีขึ้นเป็นครั้งคราวในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ โดยจะได้รับความอบอุ่นจากลมของเนินเขาด้านตะวันออกของเทือกเขาร๊อกกี้ ฤดูกาลมีทั้งหมด 4 ฤดู คือ

ฤดูร้อน ( Summer) มิถุนายน – สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง ( Autumn) กันยายน – พฤศจิกายน
ฤดูหนาว ( Winter) ธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ ( Spring) มีนาคม – พฤษภาคม

เวลา

มีการจัดแบ่งเวลาออกเป็น 4 โซน ดังนี้

Eastern Time Zone (EST) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีการปรับเลื่อนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงเรียกว่า Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 13 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Boston, New York, Washington D.C., Miami, and Cleveland

Central Time Zone (CTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วแต่ในช่วง Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Chicago, New Orleans

Mountain Time Zone (MTZ)  เวลาช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมงแต่ในช่วง Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Denver, Phoenix

Pacific Time Zone (PTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมงแต่ในช่วง Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 16 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ San Francisco, Seattle, Hawaii

การปกครอง

เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศกว้างขวางมาก จึงทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันด้วย ดังนั้นรัฐต่างๆ เหล่านี้จึงถูก แบ่งเป็น 7 เขตดังนี้
Northwest States  Washington, Oregon, Idaho

Southwest States  California, Nevada, Utah, Arizona

North Central States Montana, Wyoming, Colorado, North Dakota, South
Dakota, Nebraska, Kansas, Minnesota, Iowa, Missouri

South Central States  New Mexico, Oklahoma, Arkansas, Texas, Louisiana
Midwest States  Wisconsin, Illinois, Michigan, Indiana, Ohio, Kentucky

Northeast States New Hampshire, Vermont, New York, Pennsylvania,
West Virginia, Virginia, Maine, Massachusetts, Rhode
Island, Connecticut, New Jersey, Delaware, Maryland,
District of Columbia

Southeast States Tennessee, North Carolina, South Carolina,
Mississippi, Alabama, Georgia, Florida

ภาพน้องๆที่เรียนอยู่ที่ San Francisco

11081102_939165549439547_1259790845067136654_n

ວິດີໂອຈໍານວນຍື່ນຄໍາຮ້ອງຂໍພາສີ: TFN Australia ງ່າຍ Tax File Number : TFN ທີ່ Australia

ວິດີໂອຈໍານວນຍື່ນຄໍາຮ້ອງຂໍພາສີ: TFN Australia ງ່າຍ Tax File Number : TFN ທີ່ Australiaทำงานออสเตรเลีย การขอ Tax File Number : TFN ที่ประเทศออสเตรเลีย

 

ລະບົບການສຶກສາຂອງສິງກະໂປ

ລະບົບການສຶກສາຂອງສິງກະໂປ

ລະບົບການສຶກສາຂອງສິງກະໂປ

ดาวน์โหลด (2)

ระบบการศึกษาของสิงคโปร์แบ่งออกเป็นระดับประถม 6 ปี ระดับมัธยมศึกษา 4 ปี ซึ่งรวมแล้วเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 10 ปี แต่ผู้ที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องศึกษาขั้นเตรียมมหาวิทยาลัยอีก 2 ปี
การศึกษาภาคบังคับของสิงคโปร์จะต้องเรียนรู้ 2 ภาษาควบคู่กันไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเลือกเรียนภาษาแม่ (Mother Tongue) อีก 1 ภาษา คือ จีน (แมนดาริน) มาเลย์ หรือทมิฬ (อินเดีย)
รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก โดยถือว่าประชาชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญ และมีค่าที่สุดของประเทศ ในการนี้ รัฐบาลได้ให้การอุดหนุนด้านการศึกษาจนเสมือนกับเป็นการศึกษาแบบให้เปล่า โรงเรียนในระดับประถม และมัธยมล้วนเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐบาล สถานศึกษาของเอกชนในสิงคโปร์ มีเฉพาะในระดับอนุบาล และโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น
มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์มี 3 แห่ง คือ :-
1. National University of Singapore (NUS)
2. Nanyang Technological University
3. Singapore Management University (SMU)
โดยมหาวิทยาลัย NUS จะให้การศึกษาครอบคลุมเกือบทุกสาขาวิชา ทั้งแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ กฎหมาย ศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการบริหารธุรกิจ ส่วนมหาวิทยาลัย Nanyang จะเน้นการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ รวมทั้งวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และสาขาธุรกิจ และการบัญชี สำหรับมหาวิทยาลัย SMU จะเน้นเรื่องธุรกิจการจัดการ
วิทยาลัยเทคนิค (Polytechnic) ของสิงคโปร์มี 4 แห่งได้แก่ Singapore Polytechnic, Ngee Ann Polytechnic, Temasek Polytechnic และ Nanyang Polytechnic ส่วนวิทยาลัยผลิตครูของสิงคโปร์มีอยู่เพียงแห่งเดียว คือ National Institute of Education นอกจากนี้ ยังมี Institute of Technical Education : ITE เป็นสถาบันที่จัดการศึกษาสำหรับผู้ต้องการทักษะทางช่าง และช่างผีมือ
ผู้ปกครองนักเรียนของสิงคโปร์จะส่งบุตรหลานเข้ารับการเตรียมความพร้อมในโรงเรียนเมื่อเด็กมีอายุ ได้ 2 ขวบครึ่ง เมื่อเด็กอายุได้ 6 ขวบก็จะเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1
ระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ป.1-ป.4 เรียกว่า Foundation Stage และ ป.5-ป.6 เรียกว่า Orientation Stage ชั้นประถมต้นจะเรียน 3 วิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาแม่ และคณิตศาสตร์ นอกจากนั้น จะมีวิชาดนตรี ศิลปหัตถกรรม หน้าที่พลเมือง สุขศึกษา สังคม และพลศึกษา แต่ในช่วงประถมปลาย หรือ Orientation Stage นั้น นักเรียนจะถูกแยกออกเป็น 3 กลุ่มทางภาษา คือ EM 1. EM 2. และ EM 3.  การแยกนักเรียนเข้ากลุ่มทางภาษานั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถทางภาษาของแต่ละคน เมื่อจบ ป.6 แล้วจะมีการสอบที่เรียกว่า Primary School Leaving Examination (PSLE) เพื่อที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาต่อไป ผลการเข้าสอบมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา
การศึกษาในระดับมัธยมศึกษานั้น จะมี 3 หลักสูตรให้เลือกตามความสามารถ และความสนใจ โดยใช้เวลา 4-5 ปี หลักสูตรในระดับมัธยมศึกษา ได้แก่
หลักสูตรพิเศษ   (Special Course)
หลักสูตรเร่งรัด  (Express Course)
หลักสูตรปกติ    (Normal Course)
เมื่อจบหลักสูตรจะมีการสอบ โดยหลักสูตรพิเศษ และหลักสูตรเร่งรัดจะต้องผ่านประกาศนียบัตร GCB (General Certificate of Education) ในระดับ “O” Level ส่วนหลักสูตรปกติจะต้องผ่าน GCB “N” Level แต่ถ้าต้องศึกษาต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา ก็ต้องสอบให้ผ่าน GCB “O” Level เช่นเดียวกัน
เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้ว ผู้ที่สนใจเรียนสายวิชาชีพเทคนิค หรืออาชีวศึกษา ก็สามารถแยกไปเรียนตามสถาบันต่างๆ ได้  ส่วนผู้ที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยก็จะเข้าศึกษาต่อใน Junior College อีก 2 ปี เมื่อจบแล้วจะต้องสอบ GCE “A” Level เพื่อนำผลคะแนนไปตัดสินการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ผู้ที่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็อาจศึกษาในสายอาชีพ หรือหางานทำต่อไป
ปีการศึกษาของสิงคโปร์จะแบ่งออกเป็น 4 ภาคเรียน ภาคเรียนละ 10 สัปดาห์ เริ่มเปิดการศึกษาตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมของทุกปี ช่วงระหว่างภาคเรียนที่ 1 กับที่ 2 และที่ 3 กับที่ 4 จะมีการหยุด 1 สัปดาห์ ระหว่างภาคเรียนที่ 2 กับที่ 3 หยุด 4 สัปดาห์ และมีช่วงหยุด 6 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา

 

 

StudyPlus ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการศึกษาต่างๆในต่างประเทศ ทั้งจากประเทศนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินเดีย อเมริกา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน แอฟริกาใต้ เกาหลี ฟิลิปปินส์ จีน คอสตาริกา เยอรมัน มอลต้า เนเธอร์แลนด์ให้เป็นตัวแทนในการดำเนินการติดต่อ และสมัครเรียนให้กับผู้ที่สนใจแนะแนวให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา ต่อต่างประเทศทุกระดับในสาขาต่างๆ พร้อมอำนวยความสะดวก เรื่องการขอวีซ่า รวมถึงบริการจัดหาเจ้าหน้าที่รับ-ส่งที่สนามบินดำเนินจัดหาที่พักสะดวกปลอดภัย กับครอบครัวชาวต่างประเทศหรือหอพักของสถาบัน นอกจากนี้ยังมีบริการจอง ตั๋วเครื่องบินในราคาพิเศษอีกด้วย 

เรียนต่างประเทศ เเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ เเนะเเนวเรียนต่อเมืองนอก

เรียนออสเตรเลีย เรียนอเมริกา เรียนสิงคโปร์ เรียนนิวซีเเลนด์ เรียนเยอรมัน เรียนต่ออังกฤษ เรียนเเคนาดา เรียนมาเลเซีย เรียนฟิลิปปินส์ เรียนจีน เรียนญี่ปุ๋น เรียนเกาหลี เรียนรัสเซีย เรียนเนเธอร์แลนด์ เรียนสวิสเซอร์แลนด์ เรียนฝรั่งเศส เรียนอิตาลี เรียนมอลต้า เรียนอินเดีย เรียนต่อต่างประเทศ

ສໍາພາດນັກສຶກສາ ແລະ ລູກຄ້າ Study Plus / ຮູບພາບນັກສຶກສາ ແລະ ລູກຄ້າ Study Plus

ລູກຄ້າ Study Plus / ຮູບພາບນັກສຶກສາ ສ. ປ. ປ. ລາວ ທີ່ ປະເທດອົດສະຕາລີ

ລູກຄ້າ Study Plus / ຮູບພາບນັກສຶກສາສ. ປ. ປ. ລາວ ທີ່ ປະເທດອົດສະຕາລີ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=cLJZ4lwFjCUhttps://www.youtube.com/watch?v=-xwpFbbYqQ8https://www.youtube.com/watch?v=hQHCwtk29i4

ยินดีกับน้องเเพรBackup รายการ The Voice Thailand ทุนเรียนฟรีที่ประเทศเยอรมัน และน้องๆที่ใช้บริการ Study Plus

11888011_10153576776849439_6227425382512305916_n

ยินดีกับคุณเเม่และน้องลีโอจบ Boston University, USA เเล้ว

12027756_1055695174442604_4498885592992038840_n

12002158_1055695251109263_907577039882021690_n

11703451_1044278875591330_1475857830158469417_o

 

image019

10608354_842962175768344_8984906549150413265_o

IMG_5106

image02052368_108648812633924_1574389755_o


Pornsawan557756_296641040438133_88661445_n

11088346_894038180634201_6750422316343043093_n559490_296640673771503_1594082763_n
299337_296640887104815_1664760096_nInt class 1 November 2012

11081102_939165549439547_1259790845067136654_n 22688_867463380010410_7046229752909207885_n

photo 1 photo 2 photo 3

photo 1

photo 1 photo 5


photo 2 photo 3 photo 4
photo 4 photo 2 photo 3 photo 4

photo 1

photo 1 photo 2 photo 3 photo 4 photo 5

photo 1 photo 3 photo 5 photo 4 photo 2 photo 5 photo 4 photo 5photo 2 photo 1 photo 4 photo 5 photo 2 photo 4 photo 5

photo 4 photo 2 photo 3 photo 4 photo 5

photo 1 photo 3 photo 4

photo 1 photo 5
photo 2 photo 2 photo 5


photo 1

 

somjai
jimMeawmook3Lita

Ann-photo1

som_o-pic1269788_275315742570663_1510145406_n

 

ກາຮມີ TFN ອົດສະຕາລີ ງ່າຍມາກ : Tax File Number

ກາຮມີ TFN ອົດສະຕາລີ ງ່າຍມາກ : Tax File Number

ເບິ່ງ ຮຼປພາບຂ້າງລ่าง

การขอ TFN ออสเตรเลีย ง่ายนิดเดียว

ที่ประเทศออสเตรเลียเปิดกว้างสำหรับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งสามารถทำ TFN

ขั้นตอนการขอ TFN ออสเตรเลีย online ง่ายนิดเดียว ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีก็เสร็จแล้วนะคะ   ขั้นตอนง่ายๆ มีดังนี้ (ทำเมื่อวันเปิดเรียน)  น้องๆที่ไปเรียนที่ออสเตรเลียสามารถทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง   น้องๆสามารถทำงานหลังเลิดเรียนไดเโดยมี TFN

 

ตัวอย่างการขอ Tax File Number

 

เรียนและทำงานเมืองนอกหลังเลิกเรียน ไม่อยากอย่างที่คิด เมื่อมากับ StudyPlus

2

 

 

การขอ Tax File Number_Page_01
การขอ Tax File Number_Page_02การขอ Tax File Number_Page_03การขอ Tax File Number_Page_04การขอ Tax File Number_Page_05การขอ Tax File Number_Page_06การขอ Tax File Number_Page_07การขอ Tax File Number_Page_08การขอ Tax File Number_Page_09การขอ Tax File Number_Page_10การขอ Tax File Number_Page_11การขอ Tax File Number_Page_12การขอ Tax File Number_Page_13การขอ Tax File Number_Page_13












1

StudyPlus ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการศึกษาต่างๆในต่างประเทศ ทั้งจากประเทศนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินเดีย อเมริกา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน แอฟริกาใต้ เกาหลี ฟิลิปปินส์ จีน คอสตาริกา เยอรมัน มอลต้า เนเธอร์แลนด์ให้เป็นตัวแทนในการดำเนินการติดต่อ และสมัครเรียนให้กับผู้ที่สนใจแนะแนวให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา ต่อต่างประเทศทุกระดับในสาขาต่างๆ พร้อมอำนวยความสะดวก เรื่องการขอวีซ่า รวมถึงบริการจัดหาเจ้าหน้าที่รับ-ส่งที่สนามบินดำเนินจัดหาที่พักสะดวกปลอดภัย กับครอบครัวชาวต่างประเทศหรือหอพักของสถาบัน นอกจากนี้ยังมีบริการจอง ตั๋วเครื่องบินในราคาพิเศษอีกด้วย 

เรียนต่างประเทศ เเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ เเนะเเนวเรียนต่อเมืองนอก

เรียนออสเตรเลีย เรียนอเมริกา เรียนสิงคโปร์ เรียนนิวซีเเลนด์ เรียนเยอรมัน เรียนต่ออังกฤษ เรียนเเคนาดา เรียนมาเลเซีย เรียนฟิลิปปินส์ เรียนจีน เรียนญี่ปุ๋น เรียนเกาหลี เรียนรัสเซีย เรียนเนเธอร์แลนด์ เรียนสวิสเซอร์แลนด์ เรียนฝรั่งเศส เรียนอิตาลี เรียนมอลต้า เรียนอินเดีย เรียนต่อต่างประเทศ

ມືອາຊີບສາມາດເຮັດໄດ້ເປັນພົນລະເມືອງອົດສະຕາລີ Skilled Occupations List (SOL)

581089_378654835596439_1947372858_n

ມືອາຊີບສາມາດເຮັດໄດ້ເປັນພົນລະເມືອງອົດສະຕາລີ  Skilled Occupations List (SOL)

Source; Australian Government: Department of Immigration and Border Protection

 

หลายๆคนอยากสมัครเป็นพลเมืองประเทศออสเตรเลีย ซึ่งก่อนอื่นเลย เรามารู้จักอาชีพที่ทางออสเตรเลียที่เขาต้องการก่อนว่ามีอะไรบ้าง

อาชีพอะไรที่สามารถ สมัครเป็นพลเมืองประเทศออสเตรเลียได้ Skilled Occupations List (SOL) ตามเวบไซค์ ของทางออสเตรเลีย Australian Government: Department of Immigration and Border Protection

 

มีอาชีพหลากหลายที่ทางออสเตรเลียต้องการ เช่น วิศวกร สถาปนิก อื่นๆมากมายดังข้างล่าง แหล่งที่มา http://www.immi.gov.au

Occupation ANZSCO Code Assessing Authority
Construction Project Manager 133111 VETASSESS
Project Builder 133112 VETASSESS
Engineering Manager 133211 Engineers Australia/AIM
Production Manager (Mining) 133513 VETASSESS
Child Care Centre Manager 134111 TRA
Medical Administrator 134211 VETASSESS
Nursing Clinical Director 134212 ANMAC
Primary Health Organisation Manager 134213 VETASSESS
Welfare Centre Manager 134214 ACWA/VETASSESS
Accountant (General) 221111 CPA/ICAA/IPA
Management Accountant 221112 CPA/ICAA/IPA
Taxation Accountant 221113 CPA/ICAA/IPA
External Auditor 221213 CPA/ICAA/IPA
Internal Auditor 221214 VETASSESS
Actuary 224111 VETASSESS
Land Economist 224511 VETASSESS
Valuer 224512 VETASSESS
Ship’s Engineer 231212 AMSA
Ship’s Master 231213 AMSA
Ship’s Officer 231214 AMSA
Architect 232111 AACA
Landscape Architect 232112 VETASSESS
Cartographer 232213 VETASSESS
Other Spatial Scientist 232214 VETASSESS
Surveyor 232212 SSSI
Urban and Regional Planner 232611 VETASSESS
Chemical Engineer 233111 Engineers Australia
Materials Engineer 233112 Engineers Australia
Civil Engineer 233211 Engineers Australia
Geotechnical Engineer 233212 Engineers Australia
Quantity Surveyor 233213 AIQS
Structural Engineer 233214 Engineers Australia
Transport Engineer 233215 Engineers Australia
Electrical Engineer 233311 Engineers Australia
Electronics Engineer 233411 Engineers Australia
Industrial Engineer 233511 Engineers Australia
Mechanical Engineer 233512 Engineers Australia
Production or Plant Engineer 233513 Engineers Australia
Mining Engineer (Excluding Petroleum) 233611 Engineers Australia
Petroleum Engineer 233612 Engineers Australia
Aeronautical Engineer 233911 Engineers Australia
Agricultural Engineer 233912 Engineers Australia
Biomedical Engineer 233913 Engineers Australia
Engineering Technologist 233914 Engineers Australia
Environmental Engineer 233915 Engineers Australia
Naval Architect 233916 Engineers Australia
Agricultural Consultant 234111 VETASSESS
Agricultural Scientist 234112 VETASSESS
Forester 234113 VETASSESS
Medical Laboratory Scientist 234611 AIMS
Veterinarian 234711 AVBC
Metallurgist 234912 VETASSESS
Physicist (Medical Physicist only) 234914 ACPSEM
Early Childhood (Pre-Primary School) Teacher 241111 AITSL
Secondary School  Teacher 241411 AITSL
Special Needs Teacher 241511 AITSL
Teacher of the Hearing Impaired 241512 AITSL
Teacher of the Sight Impaired 241513 AITSL
Special Education Teachers nec 241599 AITSL
Medical Diagnostic Radiographer 251211 AIR
Medical Radiation Therapist 251212 AIR
Nuclear Medicine Technologist 251213 ANZSNM
Sonographer 251214 AIR
Environmental Health Officer 251311 VETASSESS
Occupational Health and Safety Adviser 251312 VETASSESS
Optometrist 251411 OCANZ
Chiropractor 252111 CCEA
Osteopath 252112 ANZOC
Dental Specialist 252311 ADC
Dentist 252312 ADC
Occupational Therapist 252411 OTC
Physiotherapist 252511 APC
Podiatrist 252611 APodC/ANZPAC
Speech Pathologist 252712 SPA
General Practitioner 253111 Medical Board of Australia
Anaesthetist 253211 Medical Board of Australia
Specialist Physician (General Medicine) 253311 Medical Board of Australia
Cardiologist 253312 Medical Board of Australia
Clinical Haematologist 253313 Medical Board of Australia
Medical Oncologist 253314 Medical Board of Australia
Endocrinologist 253315 Medical Board of Australia
Gastroenterologist 253316 Medical Board of Australia
Intensive Care Specialist 253317 Medical Board of Australia
Neurologist 253318 Medical Board of Australia
Paediatrician 253321 Medical Board of Australia
Renal Medicine Specialist 253322 Medical Board of Australia
Rheumatologist 253323 Medical Board of Australia
Thoracic Medicine Specialist 253324 Medical Board of Australia
Specialist Physicians nec 253399 Medical Board of Australia
Psychiatrist 253411 Medical Board of Australia
Surgeon (General) 253511 Medical Board of Australia
Cardiothoracic Surgeon 253512 Medical Board of Australia
Neurosurgeon 253513 Medical Board of Australia
Orthopaedic Surgeon 253514 Medical Board of Australia
Otorhinolaryngologist 253515 Medical Board of Australia
Paediatric Surgeon 253516 Medical Board of Australia
Plastic and Reconstructive Surgeon 253517 Medical Board of Australia
Urologist 253518 Medical Board of Australia
Vascular Surgeon 253521 Medical Board of Australia
Dermatologist 253911 Medical Board of Australia
Emergency Medicine Specialist 253912 Medical Board of Australia
Obstetrician and Gynaecologist 253913 Medical Board of Australia
Ophthalmologist 253914 Medical Board of Australia
Pathologist 253915 Medical Board of Australia
Diagnostic and Interventional Radiologist 253917 Medical Board of Australia
Radiation Oncologist 253918 Medical Board of Australia
Medical Practitioners nec 253999 Medical Board of Australia
Midwife 254111 ANMAC
Nurse Practitioner 254411 ANMAC
Registered Nurse (Aged Care) 254412 ANMAC
Registered Nurse (Child and Family Health) 254413 ANMAC
Registered Nurse (Community Health) 254414 ANMAC
Registered Nurse (Critical Care and Emergency) 254415 ANMAC
Registered Nurse (Developmental Disability) 254416 ANMAC
Registered Nurse (Disability and Rehabilitation) 254417 ANMAC
Registered Nurse (Medical) 254418 ANMAC
Registered Nurse (Medical Practice) 254421 ANMAC
Registered Nurse (Mental Health) 254422 ANMAC
Registered Nurse (Perioperative) 254423 ANMAC
Registered Nurse (Surgical) 254424 ANMAC
Registered Nurse (Paediatrics) 254425 ANMAC
Registered Nurses nec 254499 ANMAC
ICT business Analyst 261111 ACS
Systems Analyst 261112 ACS
Analyst Programmer 261311 ACS
Developer Programmer 261312 ACS
Software Engineer 261313 ACS
Computer Network and Systems Engineer 263111 ACS
Telecommunications Engineer 263311 Engineers Australia
Telecommunications Network Engineer 263312 Engineers Australia
Barrister 271111 SLAA
Solicitor 271311 SLAA
Clinical Psychologist 272311 APS
Educational Psychologist 272312 APS
Organisational Psychologist 272313 APS
Psychotherapist 272314 VETASSESS
Psychologists nec 272399 APS
Social Worker 272511 AASW
Civil Engineering Draftsperson 312211 Engineers Australia/ VETASSESS
Civil Engineering Technician 312212 VETASSESS
Electrical Engineering Draftsperson 312311 Engineers Australia
Electrical Engineering Technician 312312 TRA
Radio Communications Technician 313211 TRA
Telecommunications Field Engineer 313212 Engineers Australia
Telecommunications Network Planner 313213 Engineers Australia
Telecommunications Technical Officer or Technologist 313214 Engineers Australia
Automotive Electrician 321111 TRA
Motor Mechanic (General) 321211 TRA
Diesel Motor Mechanic 321212 TRA
Motorcycle Mechanic 321213 TRA
Small Engine Mechanic 321214 TRA
Sheetmetal Trades Worker 322211 TRA
Metal Fabricator 322311 TRA
Pressure Welder 322312 TRA
Welder (First Class) 322313 TRA
Fitter (General) 323211 TRA
Fitter and Turner 323212 TRA
Fitter-Welder 323213 TRA
Metal Machinist (First Class) 323214 TRA
Locksmith 323313 TRA
Bricklayer 331111 TRA
Stonemason 331112 TRA
Carpenter and Joiner 331211 TRA
Carpenter 331212 TRA
Joiner 331213 TRA
Painting trades workers 332211 TRA
Glazier 333111 TRA
Fibrous Plasterer 333211 TRA
Solid Plasterer 333212 TRA
Wall and Floor Tiler 333411 TRA
Plumber (General) 334111 TRA
Airconditioning and Mechanical Services Plumber 334112 TRA
Drainer 334113 TRA
Gasfitter 334114 TRA
Roof plumber 334115 TRA
Electrician (General) 341111 TRA
Electrician (Special Class) 341112 TRA
Lift Mechanic 341113 TRA
Airconditioning and Refrigeration Mechanic 342111 TRA
Electrical Linesworker 342211 TRA
Technical Cable Jointer 342212 TRA
Electronic Equipment Trades Worker 342313 TRA
Electronic Instrument Trades Worker (General) 342314 TRA
Electronic Instrument Trades Worker (Special Class) 342315 TRA
Chef*** 351311 TRA
Boat Builder and Repairer 399111 TRA
Shipwright 399112 TRA
Dental Hygienist 411211 VETASSESS
Dental Prosthetist 411212 TRA
Dental Technician 411213 TRA
Dental Therapist 411214 VETASSESS

*** indicates that the occupation excludes positions in fast food or takeaway food service.

Last modified Tuesday 15 July 2014

แหล่งที่มา http://www.immi.gov.au

 

สมัครเป็นพลเมืองได้อย่างไร สามารถดูได้จากwebsite:

http://www.citizenship.gov.au/applying/how_to_apply/

 

 

 

 

 

 

 

ການປະກັນໄພສໍາລັບການສຶກສາໃນປະເທດອົດສະຕາລີ

ການປະກັນໄພສໍາລັບການສຶກສາໃນປະເທດອົດສະຕາລີ ນັກຮຽນທຸກຄົນມີການປະກັນໄພສຸຂະພາບ.

น้องๆที่ทำวีซ่านักเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย  ทุกคนต้องทำประกันสุขภาพ  ดังนั้นมารู้จักประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติของประเทศออสเตรเลียกันเถอะ

 

ประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ Overseas Student Health Cover ประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติคืออะไร?

1

• ประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ (OSHC) คืออะไร?

• ทำไมนักเรียนต่างชาติจึงต้องทำประกัน OSHC?

• ใครบ้างที่มีสิทธิทำประกัน OSHC?

• ฉันต้องทำประกัน OSHC นานเท่าไร?

• ประกัน OSHC คุ้มครองอะไรบ้าง?

• ประกันนี้ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

• มีระยะเวลารอหรือไม่?

• ความคุ้มครองของฉันเริ่มต้นสิ้นสุดเมื่อไร?

• ระบบดูแลสุขภาพของประเทศออสเตรเลีย

• ผู้ให้บริการทางการแพทย์แบบเรียกเก็บเงินโดยตรงคืออะไร?

• ฉันต้องทำอย่างไรหากต้องการเข้ารับการรักษา?

• ฉันนำส่งคำขอเบิกค่ารักษาพยาบาลได้อย่างไร?

• ฉันสามารถขอรับความช่วยเหลือได้จากที่ไหน?

• ฉันต่ออายุประกัน OSHC ได้อย่างไร?

• ฉันต้องทำอย่างไรหากลืมต่ออายุประกัน OSHC?

• ฉันกำลังออกจากประเทศออสเตรเลียและประกัน OSHC ของฉันยังไม่หมดอายุ ฉันสามารถขอเงินคืนได้หรือไม่?

สถานที่ Claimประกัน

https://www.oshcallianzassistance.com.au/member_student/need_help.aspx

สถานที่รักษาโรงพยาบาล

http://www.oshcallianzassistance.com.au/member_student/medical_providers.aspx

 

แบบ form: Cliam Form

https://www.oshcallianzassistance.com.au/skins/oshc2/pdf/f10_5561.ALIA%20Claim%20Form%20SCREEN.pdf

https://www.oshcallianzassistance.com.au/skins/oshc2/pdf/f10_5561.ALIA%20Claim%20Form%20SCREEN.pdf

สามารถดูรายละเอียดที่

f114_OSHC About Us - Thai_Page_01 f114_OSHC About Us - Thai_Page_02 f114_OSHC About Us - Thai_Page_03 f114_OSHC About Us - Thai_Page_04 f114_OSHC About Us - Thai_Page_05 f114_OSHC About Us - Thai_Page_06 f114_OSHC About Us - Thai_Page_07 f114_OSHC About Us - Thai_Page_08 f114_OSHC About Us - Thai_Page_09 f114_OSHC About Us - Thai_Page_10 f114_OSHC About Us - Thai_Page_11

เเหล่งที่มา

https://www.oshcallianzassistance.com.au/skins/oshc2/pdf/f114_OSHC%20About%20Us%20-%20Thai.pdf