Home Blog Page 13

เรียน + ทำงาน เรียนมหาวิทยาลัยแคนาดา

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40914wfqcw

การเรียนต่อประเทศแคนาดาอีกทางเลือกของการศึกษาคุณภาพ

แคนาดาเป็นประเทศที่มีหลากหลายทางวัฒนธรรม มีความมั่นคงปลอดภัย เคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกัน ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลาย เป็นที่ที่สำหรับการเรียน อยู่อาศัย ทำงาน และพักผ่อน

ทำไมต้อง ครูยุ้ย Study Plus : ทุนเรียนต่อเเคนาดามหาวิทยาลัย ป.ตรี โท เอก

  • ปรึกษาฟรี
  • ทุกขั้นตอนบริการฟรี
  • บริการทำวีซ่าฟรี
  • บริการจัดหาที่พักฟรี
  • อบรมก่อนการเดินทางฟรี
  • บริการเเปลเอกสาร
  • ไว้วางใจได้ มีประสบการณ์ทางการศึกษาต่อต่างประเทศเกือบ 20ปี ปี ตั้งเเต่ปี 2005

แคนาดาจัดได้ว่ามีการเรียนการสอนในระดับที่ได้รับการยอมรับจากสากลโลก ปริญญาจากมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดานั้นได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพเทียบเท่ากับในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อีกทั้งรัฐบาลและมหาวิทยาลัยก็ได้มอบคุณประโยชน์ทางการศึกษาให้กับนักศึกษา

ซึ่งคุณภาพและมาตรฐานทางการศึกษาที่สูงนั้นก็ช่วยให้นักศึกษาที่จบการศึกษาออกมาประสบความสำเร็จในชีวิตการงานได้ ค่าเล่าเรียนที่ไม่สูงมากนัก ก็ทำให้นักศึกษาต่างชาติสามารถมีโอกาสมีการศึกษาที่ดีได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไม่

ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ นักศึกษาจะได้รับอนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งในส่วนของการทำงานนั้นสามารถทำได้ 20 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์โดยไม่ต้องมีการขอใบอนุญาต นอกนั้นนักศึกษาสามารถสมัครงานได้เช่น ร้านอาหาร โรงแรม หลังจากจบการศึกษาแล้ว ก็มีโอกาสทางการจ้างงานเฉพาะทาง นักศึกษาที่มีความรู้และความสามารถจะเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆตามความฝันได้อย่างไม่ยากและโอกาสทางอาชีพของนักศึกษาสูงอีกด้วย

ทำไมควรเรียนต่อที่แคนาดา

การไปเรียนต่อแคนาดาในระดับ มัธยมปลาย, ปริญญาตรี โท เอก  เป็นจุดมุ่งหมายของนักเรียนไทยและคนต่างชาติอย่างมาก ด้วยระบบการศึกษา ที่มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีคุณภาพสูง เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ดังนั้นการใช้ภาษาอังกฤษก็จะเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายกว่าหลาย ๆ ประเทศ

ค่าเรียนและค่าครองชีพในแคนาดา

ประเทศแคนาดา เป็นประเทศที่มีนักศึกษาต่างชาติไปเรียนต่อมากที่สุดของโลก แคนาดาจะเป็นประเทศที่มีความล้ำสมัยในหลายๆ ด้าน ก็ตาม แต่ค่าครองชีพนั้นค่อนข้างถูกมาก

นักศึกษา สามารถขอวีซ่าทำงานในสาขาที่จบได้สูงสุด 3 ปี

ค่าเรียนและค่าครองชีพในแคนาดา

การศึกษาระดับปริญญาตรี

– หลักสูตร 4 ปี หรือ 5 ปีในบางสาขา

มหาวิทยาลัยเอกชนหรือรัฐบาล สำหรับการเรียนหลักสูตรนานาชาติ ค่าใช้จ่ายต่อปีจะตกประมาณ 12,000 – 35,000 ดอลลาร์แคนาดา  (300,000-500,000 บาท/ปี)

คุณสมบัติ

1. อายุ 18 ปีขึ้นไป

2. วุฒิการศึกษา ม.6

3. มีระดับภาษาอังกฤษ IELTS 6.0

4. สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง

ปริญญาโทแคนาดา

– หลักสูตร 1.5  -2 ปี ขึ้นไปอยู่กับสถาบัน บางสาขาต้องการ GMAT/GRE เช่น Business, Engineering หรือประสบการณ์ทำงาน เช่น MBA

มีปัจจัยต่าง ๆ ในลักษณะเดียวกับการ เรียนต่อ Canada ในระดับปริญญาตรี แต่ภาพรวมแล้วจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าตกประมาณ 5,000 – 21,000 ดอลลาร์แคนาดา / ปี (650,000-700,000 บาท/ปี)  ขึ้นอยู่กับว่าเลือกเรียนสาขา, มหาวิทยาลัย

ปริญญาเอกแคนาดา

 – ใช้เวลาเรียน 3 – 5 ปี  ผู้สมัครจะต้องจบปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้อง GPA อย่างน้อย 3.2 – 3.5

หากเลือกเรียนต่อแคนาดาในระดับปริญญาเอก ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับแนวทางที่เลือกเรียนทั้งนี้ประมาณคร่าว ๆ ที่ต้องจ่ายประมาณ 10,000 – 20,500 ดอลลาร์แคนาดา / ปี โดยมีระยะเวลาการเรียนตั้งแต่ 3-6 ปี

https://line.me/R/ti/p/%40914wfqcw

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน
สามารถเช็คตารางที่ไลน์คลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40914wfqcw

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062,
095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

เรียนมัธยมสิงคโปร์ ในโรงเรียนนานาชาติ/โรงเรียนเอกชน

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwnw

สำหรับใคร ที่กำลังมองหาหลักสูตรการเรียนภาษาที่ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบัน นักเรียน นักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไป “เรียนภาษาที่สิงคโปร์ที่ รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งธุรกิจ การเงิน และการศึกษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้นักเรียนไทยนิยมที่มาเรียนที่สิงคโปร์  

สิงคโปร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่เติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก นักเรียนที่มาเรียนได้รับโอกาสในการเรียนที่ มีคุณภาพระดับโลก และได้เรียนรู้วัฒนธรรม ภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ไปพร้อมๆกัน  การปรับตัวของนักเรียนไทย ทำได้ไม่ยาก ทั้งเรื่องการปรับตัวเรื่องสภาพอากาศ อาหาร สิงคโปร์มีเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ที่มีความหลากหลายทั้งจีน มาเลย์ อินเดีย และ  ยุโรป ที่มา อาศัย จนกลายเป็น ชาติที่เรียกว่า “คนสิงคโปร์”  รวมทั้งประเพณีต่างๆ  การเป็นอาณานิคมของสิงคโปร์ยังคงมีอิทธิพลมาถึงทุกวันนี้  เห็นได้จากตึกและโบสถ์ต่างๆจะตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำ รวมทั้งสถาปัตยกรรม ที่น่าตื่นตาตื่นใจ  ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงสมัยการปกครองในสมัยอดีต

ทำไมต้องเรียนต่อที่สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่ประสบความสำเร็จกับการเปลี่ยนตัวเอง จากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยระหว่างปฏิวัติอุตสาหกรรม สิงคโปร์ก็ไม่ได้ทิ้งระบบการศึกษาของประเทศไว้ข้างหลัง พยายามพัฒนาการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย, ปริญญาตรี-โท-เอก ก็สามารถเดินทางไปเรียนกันได้ สิงคโปร์เป็นประเทศที่ระบบการศึกษาที่เท่าเทียมกับ สหรัฐฯ, อเมริกา, ออสเตรเลีย และระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน หรือถ้าอยากกลับไทยก็ทำได้เช่นกัน ประเทศสิงคโปร์ยังมีเทคโนโลยีรอบด้าน ช่วยให้ชีวิตได้รับความสะดวกสบาย ระบบการขนส่งระดับโลก และสำคัญคือ การมาเรียนที่สิงคโปร์จะพบว่ามีการใช้ภาษาเอเชียท้องถิ่น และ การใช้ภาษาอังกฤษกันแพร่หลาย ส่งผลให้ระบบการศึกษาสิงคโปร์ เป็นแบบ bilingual   มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาท้องถิ่น  เช่น  มาเลย์  จีน  และ ทมิฬ

ข้อดีของการไปเรียนต่อที่สิงคโปร์

  • – มีมาตรฐานทางด้านการศึกษา ทั้งในเรื่องของการเรียน และการสอน ได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
  • – อยู่ใกล้กับประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  • – มีระบบการเดินทาง และการขนส่งที่สะดวกสบาย
  • – มีโอกาสการทำงานที่สิงคโปร์หลังจากที่เรียนจบ
  • – มีสภาพอากาศคล้ายกับประเทศไทย
  • – สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้จากหลายวัฒนธรรม และจะมีทักษะการปรับตัวได้เป็นอย่างดี
https://line.me/R/ti/p/%40305yapwnw

เรียนมัธยมที่สิงคโปร์

นักเรียนที่มีอายุระหว่าง 13-17 ปี จะเข้าเรียนในระดับนี้ โดยหลักสูตรมัธยมศึกษาของสิงคโปร์

ปัจจุบันทางเลือกไปเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาในต่างประเทศมีเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากนักเรียนจะได้พื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีแล้ว ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ รวมถึงการช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีความเป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น การเรียนมัธยมที่สิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากระบบการศึกษาของสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับทั่วโลก การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ในการเรียนการสอน ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศไทยผู้ปกครองเดินทางไปหาสะดวก มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพไม่สูงมากนัก       นอกจากการเรียนภายในห้องเรียนแล้ว หลักสูตรการเรียนของสิงคโปร์ยังให้ความสำคัญในเรื่องของความสามารถของนักเรียนแต่ละคน รวมถึงการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งนักเรียนมีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ประวัติศาสตร์ของประเทศรวมถึงการทัศนศึกษาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นการช่วยเพิ่มโอกาส และต่อยอดในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางสัมมนาที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40305yapwnw

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

ระบบการศึกษาในสิงคโปร์

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

สำหรับใคร ที่กำลังมองหาหลักสูตรการเรียนภาษาที่ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบัน นักเรียน นักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไป “เรียนภาษาที่สิงคโปร์ที่ รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งธุรกิจ การเงิน และการศึกษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้นักเรียนไทยนิยมที่มาเรียนที่สิงคโปร์  

สิงคโปร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่เติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก นักเรียนที่มาเรียนได้รับโอกาสในการเรียนที่ มีคุณภาพระดับโลก และได้เรียนรู้วัฒนธรรม ภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ไปพร้อมๆกัน  การปรับตัวของนักเรียนไทย ทำได้ไม่ยาก ทั้งเรื่องการปรับตัวเรื่องสภาพอากาศ อาหาร สิงคโปร์มีเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ที่มีความหลากหลายทั้งจีน มาเลย์ อินเดีย และ  ยุโรป ที่มา อาศัย จนกลายเป็น ชาติที่เรียกว่า “คนสิงคโปร์”  รวมทั้งประเพณีต่างๆ  การเป็นอาณานิคมของสิงคโปร์ยังคงมีอิทธิพลมาถึงทุกวันนี้  เห็นได้จากตึกและโบสถ์ต่างๆจะตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำ รวมทั้งสถาปัตยกรรม ที่น่าตื่นตาตื่นใจ  ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงสมัยการปกครองในสมัยอดีต

ทำไมต้องเรียนต่อที่สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่ประสบความสำเร็จกับการเปลี่ยนตัวเอง จากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยระหว่างปฏิวัติอุตสาหกรรม สิงคโปร์ก็ไม่ได้ทิ้งระบบการศึกษาของประเทศไว้ข้างหลัง พยายามพัฒนาการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย, ปริญญาตรี-โท-เอก ก็สามารถเดินทางไปเรียนกันได้ สิงคโปร์เป็นประเทศที่ระบบการศึกษาที่เท่าเทียมกับ สหรัฐฯ, อเมริกา, ออสเตรเลีย และระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน หรือถ้าอยากกลับไทยก็ทำได้เช่นกัน ประเทศสิงคโปร์ยังมีเทคโนโลยีรอบด้าน ช่วยให้ชีวิตได้รับความสะดวกสบาย ระบบการขนส่งระดับโลก และสำคัญคือ การมาเรียนที่สิงคโปร์จะพบว่ามีการใช้ภาษาเอเชียท้องถิ่น และ การใช้ภาษาอังกฤษกันแพร่หลาย ส่งผลให้ระบบการศึกษาสิงคโปร์ เป็นแบบ bilingual   มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาท้องถิ่น  เช่น  มาเลย์  จีน  และ ทมิฬ

ข้อดีของการไปเรียนต่อที่สิงคโปร์

  • – มีมาตรฐานทางด้านการศึกษา ทั้งในเรื่องของการเรียน และการสอน
  • – อยู่ใกล้กับประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  • – มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เร่งรัด สามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ภายใน 2 ปี
  • – มีระบบการเดินทาง และการขนส่งที่สะดวกสบาย
  • – มีโอกาสการทำงานที่สิงคโปร์หลังจากที่เรียนจบ
  • – มีสภาพอากาศคล้ายกับประเทศไทย

ระบบการศึกษาที่สิงคโปร์

การศึกษาของสิงคโปร์ ได้รับการจัดลำดับให้เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก และที่ดีที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของการศึกษาของสิงคโปร์

            ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ แบ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือชั้นประถม 6 ปีและชั้นมัธยม 4 ปี จากนั้นนักศึกษาอาจจะเรียน อาชีวศึกษา เทคนิค เตรียมอุดมศึกษา หรือหลักสูตรเสริมจากมัธยมศึกษาเพิ่มเติมก็ได้ซึ่งมีทั้งสถาบันรัฐบาลและเอกชน สถาบันรัฐบาลนั้นจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งหมด ส่วนสถาบันเอกชนนั้นอาจได้รับเงินจากรัฐบาลเพียง

บางส่วนเท่านั้น และบริหารงานโดยเอกชนในประเทศสิงคโปร์นั้น ยังมีสถาบันต่างๆ จากทั่วโลกมาตั้งเป็นวิทยาเขต

ในสิงคโปร์เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาในประเทศสิงคโปร์

              จุดแข็งสำคัญของระบบการศึกษาที่สิงคโปร์ มีการลงทุนเพื่อพัฒนา ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เนื่องจากกฎระเบียบแบบดั้งเดิมและครูที่ยึดติดกับวิธีการเก่าๆ ให้ความสำคัญกับการสอบมากกว่าคุณภาพ เพราะการสอบเป็นวิธีที่ง่ายต่อการประเมินผลการเรียนของนักเรียน จึงต้องใช้วิธีเปลี่ยนระบบการประเมินผลที่เน้นความเข้าใจของนักเรียนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันระบบการศึกษาของสิงคโปร์กลายเป็นต้นแบบที่หลายประเทศให้ความสนใจ มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างตามยุคสมัย แต่ ‘การศึกษาคือการลงทุน’ เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาคือ ทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn
https://line.me/R/ti/p/%40305yapwnw

ภูมิอากาศ

ประเทศสิงคโปร์มีสภาพอากาศที่ ร้อนชื้น ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย ก็อากาศจะร้อนและชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันที่อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงค์โปรมี 2 ฤดูได้แก่

ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม

ฤดูฝน จะอยู่ในช่วง เดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม

ประเทศสิงคโปร์มีสภาพภูมิอากาศคงที่ มีอุณหภูมิสม่ำเสมอและมีฝนตกชุก สิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสภาพภูมิอากาศแบบป่าเขตร้อน ไม่มีการแบ่งฤดูเหมือนประเทศอื่น ๆ ที่มีการแบ่งเป็น ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูหนาว ด้วยความที่สิงคโปร์มีภูมิอากาศที่คงที่

ค่าครองชีพที่สิงคโปร์

      ค่าครองชีพในสิงคโปร์นั้น จะสูงที่สุดในเอเชีย แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อไปเปรียบเทียบกับประเทศทางตะวันตก ก็ถือได้ว่าค่าครองชีพของสิงคโปร์นั้นค่อนข้างต่ำ, ส่วนอาหารและเสื้อผ้าก็ขายอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล

      ค่าใช้จ่ายที่หนักหนาที่สุดก็คือค่าเล่าเรียน ตามมาด้วยค่าที่พักและค่าอาหาร  โดยนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนต่อในสิงคโปร์นั้น มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 750 เหรียญถึง 2,000 เหรียญต่อเดือน (20,000 – 50,000 บาท ***คำนวณอัตรแลกเปลี่ยนที่ 1 SGD = 27 บาท) ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับไลฟสไตล์และหลักสูตรที่เลือกเรียน

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

• อาหารกลางวัน ประมาณ 90-150 เหรียญต่อเดือน (ตกอยู่ที่ประมาณ 3-5 เหรียญต่อวันต่อมื้อ)

• ค่าโทรศัพท์ ประมาณ 30 เหรียญ (ขึ้นอยู่กับการใช้และโปรโมชั่นที่เลือก)

• ค่าหนังสือและอุปกรณ์ ประมาณ 30-70 เหรียญ (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน)

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

เรียน MBA สิงคโปร์ 1ปีจบ

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

สำหรับใคร ที่กำลังมองหาหลักสูตรการเรียนภาษาที่ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบัน นักเรียน นักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไป “เรียนภาษาที่สิงคโปร์ที่ รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งธุรกิจ การเงิน และการศึกษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้นักเรียนไทยนิยมที่มาเรียนที่สิงคโปร์  

สิงคโปร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่เติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก นักเรียนที่มาเรียนได้รับโอกาสในการเรียนที่ มีคุณภาพระดับโลก และได้เรียนรู้วัฒนธรรม ภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ไปพร้อมๆกัน  การปรับตัวของนักเรียนไทย ทำได้ไม่ยาก ทั้งเรื่องการปรับตัวเรื่องสภาพอากาศ อาหาร สิงคโปร์มีเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ที่มีความหลากหลายทั้งจีน มาเลย์ อินเดีย และ  ยุโรป ที่มา อาศัย จนกลายเป็น ชาติที่เรียกว่า “คนสิงคโปร์”  รวมทั้งประเพณีต่างๆ  การเป็นอาณานิคมของสิงคโปร์ยังคงมีอิทธิพลมาถึงทุกวันนี้  เห็นได้จากตึกและโบสถ์ต่างๆจะตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำ รวมทั้งสถาปัตยกรรม ที่น่าตื่นตาตื่นใจ  ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงสมัยการปกครองในสมัยอดีต

ทำไมต้องเรียนต่อที่สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่ประสบความสำเร็จกับการเปลี่ยนตัวเอง จากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยระหว่างปฏิวัติอุตสาหกรรม สิงคโปร์ก็ไม่ได้ทิ้งระบบการศึกษาของประเทศไว้ข้างหลัง พยายามพัฒนาการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย, ปริญญาตรี-โท-เอก ก็สามารถเดินทางไปเรียนกันได้ สิงคโปร์เป็นประเทศที่ระบบการศึกษาที่เท่าเทียมกับ สหรัฐฯ, อเมริกา, ออสเตรเลีย และระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน หรือถ้าอยากกลับไทยก็ทำได้เช่นกัน ประเทศสิงคโปร์ยังมีเทคโนโลยีรอบด้าน ช่วยให้ชีวิตได้รับความสะดวกสบาย ระบบการขนส่งระดับโลก และสำคัญคือ การมาเรียนที่สิงคโปร์จะพบว่ามีการใช้ภาษาเอเชียท้องถิ่น และ การใช้ภาษาอังกฤษกันแพร่หลาย ส่งผลให้ระบบการศึกษาสิงคโปร์ เป็นแบบ bilingual   มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาท้องถิ่น  เช่น  มาเลย์  จีน  และ ทมิฬ

ข้อดีของการไปเรียนต่อที่สิงคโปร์

  • – มีมาตรฐานทางด้านการศึกษา ทั้งในเรื่องของการเรียน และการสอน ได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
  • – อยู่ใกล้กับประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  • – มีระบบการเดินทาง และการขนส่งที่สะดวกสบาย
  • – มีโอกาสการทำงานที่สิงคโปร์หลังจากที่เรียนจบ
  • – มีสภาพอากาศคล้ายกับประเทศไทย
  • – สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้จากหลายวัฒนธรรม และจะมีทักษะการปรับตัวได้เป็นอย่างดี

ระบบการศึกษาที่สิงคโปร์

การศึกษาของสิงคโปร์ ได้รับการจัดลำดับให้เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก และที่ดีที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของการศึกษาของสิงคโปร์

            ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ แบ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือชั้นประถม 6 ปีและชั้นมัธยม 4 ปี จากนั้นนักศึกษาอาจจะเรียน อาชีวศึกษา เทคนิค เตรียมอุดมศึกษา หรือหลักสูตรเสริมจากมัธยมศึกษาเพิ่มเติมก็ได้ซึ่งมีทั้งสถาบันรัฐบาลและเอกชน สถาบันรัฐบาลนั้นจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งหมด ส่วนสถาบันเอกชนนั้นอาจได้รับเงินจากรัฐบาลเพียง

บางส่วนเท่านั้น และบริหารงานโดยเอกชนในประเทศสิงคโปร์นั้น ยังมีสถาบันต่างๆ จากทั่วโลกมาตั้งเป็นวิทยาเขต

ในสิงคโปร์เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาในประเทศสิงคโปร์

              จุดแข็งสำคัญของระบบการศึกษาที่สิงคโปร์ มีการลงทุนเพื่อพัฒนา ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เนื่องจากกฎระเบียบแบบดั้งเดิมและครูที่ยึดติดกับวิธีการเก่าๆ ให้ความสำคัญกับการสอบมากกว่าคุณภาพ เพราะการสอบเป็นวิธีที่ง่ายต่อการประเมินผลการเรียนของนักเรียน จึงต้องใช้วิธีเปลี่ยนระบบการประเมินผลที่เน้นความเข้าใจของนักเรียนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันระบบการศึกษาของสิงคโปร์กลายเป็นต้นแบบที่หลายประเทศให้ความสนใจ มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างตามยุคสมัย แต่ ‘การศึกษาคือการลงทุน’ เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาคือ ทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง

ภูมิอากาศ

ประเทศสิงคโปร์มีสภาพอากาศที่ ร้อนชื้น ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย ก็อากาศจะร้อนและชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันที่อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงค์โปรมี 2 ฤดูได้แก่

ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม

ฤดูฝน จะอยู่ในช่วง เดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม

ประเทศสิงคโปร์มีสภาพภูมิอากาศคงที่ มีอุณหภูมิสม่ำเสมอและมีฝนตกชุก สิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสภาพภูมิอากาศแบบป่าเขตร้อน ไม่มีการแบ่งฤดูเหมือนประเทศอื่น ๆ ที่มีการแบ่งเป็น ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูหนาว ด้วยความที่สิงคโปร์มีภูมิอากาศที่คงที่

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

สิงคโปร์ เรียนป.ตรีเพียง 2ปี + วีซ่าทำงานระยะยาว

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwnw

การเรียนต่อที่สิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมมาก เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษา ถึงจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็มีทางเลือกมากมายให้เราได้เลือกเรียนหลังจากจบมัธยม ไม่ว่าจะเป็นโพลีเทคนิค มหาวิทยาลัยของรัฐบาล หรือมหาวิทยาลัยเอกชน และวิทยาลัยต่างๆ โดยมีกระบวนการสมัครเข้าเรียนก็แตกต่างกันออกไป สามารถตอบสนองความต้องการของนักเรียนที่ทีความถนัดแตกต่างกันได้ และพิเศษกว่าประเทศไหนๆ คือสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ภายใน 2 ปีอีกด้วย

ความต้องการทางการศึกษาในสิงคโปร์มีอยู่มาก แต่ว่ามีสถาบันการศึกษาของรัฐบาลน้อยกว่าความต้องการของประชากร ทำให้เกิดการร่วมทุนระหว่างหน่วยงานเอกชนของสิงคโปร์กับมหาวิทยาลัยต่างชาติมากมาย เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย และมีการเข้าก่อจัดมหาวิทยาลัยสาขาที่สิงคโปร์ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง จึงทำให้นักเรียนมีโอกาสเลือกเรียนระดับปริญญาในสิงคโปร์ได้หลากหลายมากขึ้น สถาบันเหล่านั้นได้จัดโปรแกรมสอนในระดับประกาศนียบัตร, ปริญญาตรีหลักสูตรเร่งรัด ไปจนถึงระดับปริญญาโทในสาขาต่าง ๆ มากมาย

ทำไมต้องเรียนต่อที่สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่ประสบความสำเร็จกับการเปลี่ยนตัวเอง จากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยระหว่างปฏิวัติอุตสาหกรรม สิงคโปร์ก็ไม่ได้ทิ้งระบบการศึกษาของประเทศไว้ข้างหลัง พยายามพัฒนาการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย, ปริญญาตรี-โท-เอก ก็สามารถเดินทางไปเรียนกันได้ สิงคโปร์เป็นประเทศที่ระบบการศึกษาที่เท่าเทียมกับ สหรัฐฯ, อเมริกา, ออสเตรเลีย และระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน หรือถ้าอยากกลับไทยก็ทำได้เช่นกัน ประเทศสิงคโปร์ยังมีเทคโนโลยีรอบด้าน ช่วยให้ชีวิตได้รับความสะดวกสบาย ระบบการขนส่งระดับโลก และสำคัญคือ การมาเรียนที่สิงคโปร์จะพบว่ามีการใช้ภาษาเอเชียท้องถิ่น และ การใช้ภาษาอังกฤษกันแพร่หลาย ส่งผลให้ระบบการศึกษาสิงคโปร์ เป็นแบบ bilingual   มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาท้องถิ่น  เช่น  มาเลย์  จีน  และ ทมิฬ

ข้อดีของการไปเรียนต่อที่สิงคโปร์

  • มีมาตรฐานทางด้านการศึกษา ทั้งในเรื่องของการเรียน และการสอน
  • อยู่ใกล้กับประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  • มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เร่งรัด สามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ภายใน 2 ปี
  • มีระบบการเดินทาง และการขนส่งที่สะดวกสบาย
  • มีโอกาสการทำงานที่สิงคโปร์หลังจากที่เรียนจบ
  • มีสภาพอากาศคล้ายกับประเทศไทย

ระบบการศึกษาที่สิงคโปร์

การศึกษาของสิงคโปร์ ได้รับการจัดลำดับให้เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก และที่ดีที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของการศึกษาของสิงคโปร์

            ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ แบ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือชั้นประถม 6 ปีและชั้นมัธยม 4 ปี จากนั้นนักศึกษาอาจจะเรียน อาชีวศึกษา เทคนิค เตรียมอุดมศึกษา หรือหลักสูตรเสริมจากมัธยมศึกษาเพิ่มเติมก็ได้ซึ่งมีทั้งสถาบันรัฐบาลและเอกชน สถาบันรัฐบาลนั้นจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งหมด ส่วนสถาบันเอกชนนั้นอาจได้รับเงินจากรัฐบาลเพียง

บางส่วนเท่านั้น และบริหารงานโดยเอกชนในประเทศสิงคโปร์นั้น ยังมีสถาบันต่างๆ จากทั่วโลกมาตั้งเป็นวิทยาเขต

ในสิงคโปร์เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาในประเทศสิงคโปร์

              จุดแข็งสำคัญของระบบการศึกษาที่สิงคโปร์ มีการลงทุนเพื่อพัฒนา ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เนื่องจากกฎระเบียบแบบดั้งเดิมและครูที่ยึดติดกับวิธีการเก่าๆ ให้ความสำคัญกับการสอบมากกว่าคุณภาพ เพราะการสอบเป็นวิธีที่ง่ายต่อการประเมินผลการเรียนของนักเรียน จึงต้องใช้วิธีเปลี่ยนระบบการประเมินผลที่เน้นความเข้าใจของนักเรียนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันระบบการศึกษาของสิงคโปร์กลายเป็นต้นแบบที่หลายประเทศให้ความสนใจ มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างตามยุคสมัย แต่ ‘การศึกษาคือการลงทุน’ เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาคือ ทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง

ภูมิอากาศ

ประเทศสิงคโปร์มีสภาพอากาศที่ ร้อนชื้น ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย ก็อากาศจะร้อนและชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันที่อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงค์โปรมี 2 ฤดูได้แก่

ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม

ฤดูฝน จะอยู่ในช่วง เดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม

ประเทศสิงคโปร์มีสภาพภูมิอากาศคงที่ มีอุณหภูมิสม่ำเสมอและมีฝนตกชุก สิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสภาพภูมิอากาศแบบป่าเขตร้อน ไม่มีการแบ่งฤดูเหมือนประเทศอื่น ๆ ที่มีการแบ่งเป็น ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูหนาว ด้วยความที่สิงคโปร์มีภูมิอากาศที่คงที่

ค่าครองชีพที่สิงคโปร์

      ค่าครองชีพในสิงคโปร์นั้น จะสูงที่สุดในเอเชีย แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อไปเปรียบเทียบกับประเทศทางตะวันตก ก็ถือได้ว่าค่าครองชีพของสิงคโปร์นั้นค่อนข้างต่ำ, ส่วนอาหารและเสื้อผ้าก็ขายอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล

      ค่าใช้จ่ายที่หนักหนาที่สุดก็คือค่าเล่าเรียน ตามมาด้วยค่าที่พักและค่าอาหาร  โดยนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนต่อในสิงคโปร์นั้น มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 750 เหรียญถึง 2,000 เหรียญต่อเดือน (20,000 – 50,000 บาท ***คำนวณอัตรแลกเปลี่ยนที่ 1 SGD = 27 บาท) ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับไลฟสไตล์และหลักสูตรที่เลือกเรียน

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

• อาหารกลางวัน ประมาณ 90-150 เหรียญต่อเดือน (ตกอยู่ที่ประมาณ 3-5 เหรียญต่อวันต่อมื้อ)

• ค่าโทรศัพท์ ประมาณ 30 เหรียญ (ขึ้นอยู่กับการใช้และโปรโมชั่นที่เลือก)

• ค่าหนังสือและอุปกรณ์ ประมาณ 30-70 เหรียญ (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน)

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์

https://line.me/R/ti/p/%40305yapwn

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

วีซ่าทำงานประเทศแคนาดา

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40914wfqcw

วีซ่าทำงานประเทศแคนาดา โดย Study Plus

แคนาดา อีกหนึ่งประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศที่สวยงาม ด้วยขนาดพื้นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และยังตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด จึงทำให้แคนาดากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายทางให้การไปแคนนาดา

https://line.me/R/ti/p/%40914wfqcw

วีซ่า LMIA (Labour Market Impact Assessment)ในแคนาดาคืออะไร

ปัจจุบัน ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่า LMIA ใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ แต่เป็นไปได้ที่จะได้รับการอนุมัติภายในเวลาไม่ถึงสิบวันด้วยการดำเนินการของรัฐบาลที่เร่งรัด นอกจากนี้ บางตำแหน่งได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดมาตรฐานการโฆษณา 30 วัน ตำแหน่งเหล่านี้รวมถึงงานในวงการบันเทิง ช่างเทคนิคบริการเฉพาะทาง และแรงงานต่างชาติที่ทำงานรับประกัน ผู้สมัครที่ต้องการเข้าประเทศแคนาดาเพื่องานที่มีค่าจ้างสูงอาจมีสิทธิ์ได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็ว

วีซ่า LMIA จะออกให้กับชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้น แม้ว่าการยกเว้น LMIA ส่วนใหญ่จะเกิดจากข้อตกลงระหว่างประเทศหรือผลประโยชน์ของแคนาดา แต่ก็มีเหตุผลด้านความเห็นอกเห็นใจและมนุษยธรรมสำหรับการอนุญาตLMIA คนงานเหล่านี้อาจมีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตทำงานในแคนาดา ตราบใดที่รายได้ของพวกเขาผ่านเกณฑ์สำหรับ LMIA เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว แรงงานต่างชาติสามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรในแคนาดาได้

หากแรงงานต่างชาติกำลังมองหางานในแคนาดา เขาหรือเธออาจสมัครขอ LMIA หากได้รับการอนุมัติ LMIA สามารถรับได้ภายในสิบวัน อย่างไรก็ตาม นายจ้างต้องสมัคร LMIA ก่อนเพื่อจ้างแรงงานต่างชาติ ซึ่งแตกต่างจาก LMIA โปรแกรม IMP จะอนุญาตให้นายจ้างจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่ต้องมี LMIA นี่เป็นโปรแกรมใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่จะช่วยให้ชาวแคนาดาจ้างแรงงานต่างชาติที่มีทักษะ

สำหรับผู้สมัครที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานในแคนาดา LMIA จะได้รับภายในสองถึงสามเดือน ขั้นตอนการอนุมัติจะขึ้นอยู่กับประเภทของงาน แต่ LMIA จะมีอายุไม่เกินห้าปี หากผู้สมัครยื่นขอใบอนุญาตทำงานครั้งแรก จะต้องส่งผลการทดสอบภาษา หากไม่ผ่านการทดสอบเจ้าหน้าที่จะปฏิเสธการสมัคร …แหล่งที่มา:แคนาดาวีซ่า

คุณสมบัติผู้ขอวีซ่าทำงานประเทศแคนาดา

– เราและคนในครอบครัวมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในแคนาดา

– ปฏิบัติตามกฏหมายและไม่มีประวัติอาชญากรรม (เราต้องยื่นใบรับรองความประพฤติ)

– สามารถยืนยันต่อเจ้าหน้าที่วีซ่าได้ว่าเราจะเดินทางออกไปจากแคนาดาเมื่อใบอนุญาตทำงานหมดอายุ

– มีสุขภาพแข็งแรงและมีผลตรวจร่างกาย

https://line.me/R/ti/p/%40914wfqcw

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน
สามารถเช็คตารางที่ไลน์คลิก line.me/R/ti/p/%40914wfqcw 

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062,
095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

เรียนมัธยมอินเดีย

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

“อินเดีย” เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาเป็นอันดับ 3 ของโลก มีหลักสูตรหลากหลายสาขาทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ โดยมีหลักสูตรยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ การแพทย์ และศิลปศาสตร์ นอกจากนี้ อินเดียยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตโปรแกรมเมอร์อันดับต้นๆ ของโลก

หลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนของอินเดียจะใช้เป็น ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด ผู้เรียนทุกคนจะได้ใช้ภาษาอังกฤษ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ และวัฒนธรรมกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ

และยังมี อารยธรรมสำคัญของโลก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติ ทั้งภูเขา แม่น้ำ และทะเลทราย

หากเทียบกับหลักสูตรอินเตอร์ในเมืองไทย การเรียนที่อินเดียมีค่าเล่าเรียนถูกกว่าหลายเท่า เช่น ที่อินเดีย การเรียนปริญญาตรี ค่าเทอมประมาณ 28,000 – 30,000 บาทต่อเทอม ปริญญาโทประมาณ 32,000 – 50,000 บาทต่อเทอม และปริญญาเอกประมาณ 80,000 บาทต่อปี ส่วนค่าครองชีพก็ถูกกว่าเมืองไทยประมาณเท่าตัว

ส่วนค่าเรียนมัธยมจะขึ้นอยู่กับโรงเรียน วึ่งจะไปเท่ากันสามารถเชคราคาได้ที่ Study Plus

ข้อดีของการไปเรียนต่อที่อินเดีย

การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน บางโรงเรียนก็อาจจะใช้ภาษาถิ่นบาง แต่ในระดับอุดมศึกษาจะพบว่าการเรียนการสอน การทำรายงานการสอบ รวมถึงการบรรยายจะใช้ภาษาอังกฤษแทบทั้งสิ้น

ค่าเล่าเรียนถูกกว่าเมืองไทย
ค่าเล่าเรียนที่อินเดีย ป.ตรีประมาณ 28,000 – 30,000 บาท ต่อปี ป.โทประมาณ 32,000 – 50,000 บาทต่อปี ป.เอก ประมาณ 80,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่ที่หลักสูตร

ค่าครองชีพถูกกว่าเมืองไทย
ค่าเงินอินเดียถูกกว่าของไทยเกือบเท่าตัว

 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ อารยธรรม และความหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรม
อินเดียเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญและเก่าแก่ มีโบราณสถานและโบราณวัตถุให้ศึกษามากมาย อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมหลายแห่งที่มีคุณค่าและได้รับการยอมรับเป็นมรดกโลก

ทำไมต้อง ครูยุ้ย Study Plus : เรียนต่ออินเดีย ทุน 100% หรือ ราคาไม่เเพง

  • ปรึกษาฟรี
  • ทุกขั้นตอนบริการฟรี
  • บริการทำวีซ่าฟรี
  • บริการจัดหาที่พักฟรี
  • อบรมก่อนการเดินทางฟรี
  • บริการเเปลเอกสาร
  • บริการรับส่งสนามบิน
  • เจ้าของบริษัทได้รับโล่พระราชทาน 4 โล่
  • ออกรายการทีวีต่างๆ เช่น ช่องทรู (ปลูกปัญญา)
  • ไว้วางใจได้ มีประสบการณ์ทางการศึกษาต่อต่างประเทศกว่า 15 ปี
https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk
https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

Study Plus ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวมั่นใจในคุณภาพ

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

เรียนมหาวิทยาลัยอินเดีย ป.ตรี โท เอก

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

เรียนมหาวิทยาลัยอินเดีย ป.ตรี โท เอก

“อินเดีย” เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาเป็นอันดับ 3 ของโลก มีหลักสูตรหลากหลายสาขาทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ โดยมีหลักสูตรยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ การแพทย์ และศิลปศาสตร์ นอกจากนี้ อินเดียยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตโปรแกรมเมอร์อันดับต้นๆ ของโลก

หลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนของอินเดียจะใช้เป็น ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด ผู้เรียนทุกคนจะได้ใช้ภาษาอังกฤษ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ และวัฒนธรรมกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ

และยังมี อารยธรรมสำคัญของโลก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติ ทั้งภูเขา แม่น้ำ และทะเลทราย

หากเทียบกับหลักสูตรอินเตอร์ในเมืองไทย การเรียนที่อินเดียมีค่าเล่าเรียนถูกกว่าหลายเท่า เช่น ที่อินเดีย การเรียนปริญญาตรี ค่าเทอมประมาณ 28,000 – 30,000 บาทต่อเทอม ปริญญาโทประมาณ 32,000 – 50,000 บาทต่อเทอม และปริญญาเอกประมาณ 80,000 บาทต่อปี ส่วนค่าครองชีพก็ถูกกว่าเมืองไทยประมาณเท่าตัว

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk
https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk
https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

การขอวีซ่านักเรียนใช้เอกสารอะไรบ้าง

• (รูปถ่าย 2×2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว)

• Completed Visa Application Form (www.indianvisaonline.gov.in)

• สำเนาพาสปอร์ต 2 ฉบับ

• สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

• Admission Letter (BONAFIDE) copy – in Original and One Photocopy

(จากโรงเรียนที่สมัครเรียน)

• สำเนาผลการเรียนภาษาอังกฤษ

• สเตจเม้นท์ย้อนหลัง 6 เดือน

• Flight reservation arrivals to India (if available)

• Medical certificate translated in English

• จดหมายรับรองออกค่าใช้จ่าย

• สำเนาหรือบัตรประชาชนผู้สนับสนุน

• สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สนับสนุน

• สำเนาใบสูติบัตร

• สำเนาใบแปลสูติบัตร พร้อมรับรองการแปล

• สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและเอกสารแปลที่รับรอง ถ้ามี

• สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนผู้ปกครองของผู้สมัคร

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

Study Plus ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวมั่นใจในคุณภาพ

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

เรียนซัมเมอร์อินเดีย Summer อินเดีย

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

เรียนซัมเมอร์อินเดีย Summer อินเดีย

“อินเดีย” เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาเป็นอันดับ 3 ของโลก มีหลักสูตรหลากหลายสาขาทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ โดยมีหลักสูตรยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ การแพทย์ และศิลปศาสตร์ นอกจากนี้ อินเดียยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตโปรแกรมเมอร์อันดับต้นๆ ของโลก

หลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนของอินเดียจะใช้เป็น ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด ผู้เรียนทุกคนจะได้ใช้ภาษาอังกฤษ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ และวัฒนธรรมกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ

และยังมี อารยธรรมสำคัญของโลก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติ ทั้งภูเขา แม่น้ำ และทะเลทราย

หากเทียบกับหลักสูตรอินเตอร์ในเมืองไทย การเรียนที่อินเดียมีค่าเล่าเรียนถูกกว่าหลายเท่า เช่น ที่อินเดีย การเรียนปริญญาตรี ค่าเทอมประมาณ 28,000 – 30,000 บาทต่อเทอม ปริญญาโทประมาณ 32,000 – 50,000 บาทต่อเทอม และปริญญาเอกประมาณ 80,000 บาทต่อปี ส่วนค่าครองชีพก็ถูกกว่าเมืองไทยประมาณเท่าตัว

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

การขอวีซ่านักเรียนใช้เอกสารอะไรบ้าง

• (รูปถ่าย 2×2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว)

• Completed Visa Application Form (www.indianvisaonline.gov.in)

• สำเนาพาสปอร์ต 2 ฉบับ

• สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

• Admission Letter (BONAFIDE) copy – in Original and One Photocopy

(จากโรงเรียนที่สมัครเรียน)

• สำเนาผลการเรียนภาษาอังกฤษ

• สเตจเม้นท์ย้อนหลัง 6 เดือน

• Flight reservation arrivals to India (if available)

• Medical certificate translated in English

• จดหมายรับรองออกค่าใช้จ่าย

• สำเนาหรือบัตรประชาชนผู้สนับสนุน

• สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สนับสนุน

• สำเนาใบสูติบัตร

• สำเนาใบแปลสูติบัตร พร้อมรับรองการแปล

• สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและเอกสารแปลที่รับรอง ถ้ามี

• สำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนผู้ปกครองของผู้สมัคร

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com

ทุนอินเดีย ฝึกงานอินเดีย

Study Plus จัดงานสัมมนาทุกเดือนที่โรงแรมและออนไลน์เช็คตารางสัมมนา 0617890046, 0864167060  หรือทางไลน์ด้านล่าง

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

ทุนอินเดีย พร้อมฝึกงานอินเดีย

“อินเดีย” เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาเป็นอันดับ 3 ของโลก มีหลักสูตรหลากหลายสาขาทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ โดยมีหลักสูตรยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ การแพทย์ และศิลปศาสตร์ นอกจากนี้ อินเดียยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตโปรแกรมเมอร์อันดับต้นๆ ของโลก

หลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนของอินเดียจะใช้เป็น ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด ผู้เรียนทุกคนจะได้ใช้ภาษาอังกฤษ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ และวัฒนธรรมกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ

และยังมี อารยธรรมสำคัญของโลก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติ ทั้งภูเขา แม่น้ำ และทะเลทราย

หากเทียบกับหลักสูตรอินเตอร์ในเมืองไทย การเรียนที่อินเดียมีค่าเล่าเรียนถูกกว่าหลายเท่า เช่น ที่อินเดีย การเรียนปริญญาตรี ค่าเทอมประมาณ 28,000 – 30,000 บาทต่อเทอม ปริญญาโทประมาณ 32,000 – 50,000 บาทต่อเทอม และปริญญาเอกประมาณ 80,000 บาทต่อปี ส่วนค่าครองชีพก็ถูกกว่าเมืองไทยประมาณเท่าตัว

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk
https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk
https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

การขอวีซ่านักเรียนใช้เอกสารอะไรบ้าง

• (รูปถ่าย 2×2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว)

• Completed Visa Application Form (www.indianvisaonline.gov.in)

• สำเนาพาสปอร์ต 2 ฉบับ

• สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

• Admission Letter (BONAFIDE) copy – in Original and One Photocopy

(จากโรงเรียนที่สมัครเรียน)

• สำเนาผลการเรียนภาษาอังกฤษ

• สเตจเม้นท์ย้อนหลัง 6 เดือน

• Flight reservation arrivals to India (if available)

• Medical certificate translated in English

• จดหมายรับรองออกค่าใช้จ่าย

• สำเนาหรือบัตรประชาชนผู้สนับสนุน

• สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สนับสนุน

• สำเนาใบสูติบัตร

• สำเนาใบแปลสูติบัตร พร้อมรับรองการแปล

• สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและเอกสารแปลที่รับรอง ถ้ามี

• สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนผู้ปกครองของผู้สมัคร

https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

Study Plus จัดสัมมนาที่โรงแรมและออนไลน์ทุกเดือน สามารถเช็คตารางที่ไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40819yttnk

หรือติดต่อที่เบอร์ 086-4167060, 098-2533062, 095-7154774, 084-1118907, 061-7890046

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการเเนะเเนวเรียนต่อต่างประเทศ กว่า 30 ประเทศ 

www.studyplus-education.com 

e-mail info@studyplus-education.com